วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

“พิ้งกี้” ดีใจมีละครฟรีทีวีเล่นแล้ว แถมยังมีคนจีบเข้าสังกัด โวบทดีถ้าดูแล้วจะติดใจ

www.tips-fb.com
“พิ้งกี้” ดีใจมีละครฟรีทีวีเล่นแล้ว แต่ขออุบไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไรและออนแอร์ช่องไหน แต่บอกบทดีใครได้ดูแล้วจะเปลี่ยนช่องไม่ได้ เผยมีคนทาบทามเข้าสังกัด ส่วนงานอินเดียได้ทำหน้าที่จบแล้ว ตอนนี้ถือว่าได้ปริญญาโทในด้านการแสดงแล้ว

นอกจากจะคัมแบ็คกับบทมากผัวในละคร “ทองประกายแสดแล้ว” ทางช่องแปด อาร์เอสแล้ว “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ก็ยังเผยว่าจะได้รับเล่นละครทางช่องฟรีทีวี แต่ขออุบไม่บอกว่าเป็นช่องไหน แต่ยืนยันว่าคราวนี้ได้เล่นแน่ 100 เปอร์เซ็นต์ คุยถ้าได้ดูแล้วจะติดใจ

“เรื่องที่ได้เล่นละครฟรีทีวี ก็มีเร็วๆ นี้ค่ะค่อนข้าง 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะก็ต้องรอหน่อยเดี๋ยวก็จะได้เห็นกัน ตอนนี้ก็เหลือรอเปิดกล้องค่ะ จะเป็นช่องไหนจะบอกอีกทีค่ะ ส่วนเรื่องของบทเป็นบทที่ดีมากค่ะ เป็นบทที่ท้าทายอีกแล้วค่ะ ส่วนเป็นแนวไหน ก็บอกได้แค่คนดูแล้วก็ต้องติดใจค่ะ ได้คุยตกลงกับผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้วค่ะ น่าจะเปิดกล้องประมาณเดือนหน้า”

“เรื่องละครฟรีทีวีไม่ได้สร้างนะ ก็ดีใจค่ะที่ได้กลับมาเล่นฟรีทีวีอีกเพราะก็ห่างหายไปนาน ส่วนเรื่องพระเอกก็ไม่ทราบเลยค่ะ รู้แต่เพียงว่าเราได้เล่นค่ะ บทก็จะเป็นประมาณว่า ถ้าได้ดูแล้วก็จะเปลี่ยนช่องไม่ได้ค่ะ ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เห็นว่าเราเล่นเรื่องนี้ได้ ส่วนแฟนๆ ของเราก็ยังคอยติดตามไม่ว่าจะเป็นเรื่องทองประกายแสด หรือเรื่องต่อไปค่ะ”

“ตอนนี้ทางฟรีทีวีก็ยังไม่มีทาบทามให้เป็นนักแสดงในสังกัดหรอกค่ะ แค่ได้เล่นเราก็ดีใจแล้ว ตอนนี้ก็มีคนมาทาบทามให้เข้าสังกัดค่ะแต่ไม่ขอบอก เพราะตอนนี้เราก็เป็นอิสระก็สบายใจแล้ว และเราก็ยังอยู่วงการมา 20 ปีแล้ว ตอนนี้ก็เหมือนเราก็เป็นรุ่นป้าแล้ว เพราะฉะนั้นจะเซ็นต์หรือไม่เซ็นต์ มันก็ลอยตัวแล้วค่ะ”

“แต่ถ้าเรามีสังกัดก็ดีนะเพราะมีคนคอยดูแลเรา แต่ ณ ตอนนี้เราอิสระแล้วเราก็สบายใจค่ะ เราก็ยังอยากเล่นละครให้มันหลากหลายอยู่ค่ะ ส่วนเรื่องที่อินเดียก็จบไปแล้วค่ะ เราได้ทำแล้วเราก็มีประสบการณ์ที่ดีมากๆ ที่โน่น และในสายหนังสายละครที่เป็นนักแสดง เราก็ถือว่าเราได้เรียนจนถึงขึ้นปริญญาโทแล้ว แต่ถ้ามีหนังติดต่อเข้ามาก็เล่นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มี ส่วนเรื่องเพลงก็ทำควบคู่กันไปค่ะ แต่ตอนนี้เอาละครให้ดีก่อน ที่จบหมายความว่าเราทำหน้าที่ของเราจบแล้ว ตอนนี้ก็ถ่ายละคร 6 วันไม่ได้พักเลยค่ะ ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

“แพนเค้ก” ร่วมถ่ายภาพกับ “ก้อย รัชวิน” แต่ไม่สัมภาษณ์คู่ ไม่สนหมอดูทักอีก 2 ปีเลิก “เป้”

www.tips-fb.com
“แพนเค้ก” ถ่ายภาพร่วมเฟรมกับ “ก้อย รัชวิน” แต่ไม่ให้สัมภาษณ์คู่ ชมก้อยน่ารักไม่เคยมีปัญหาเกาเหลากัน ไม่สนหมอดูทักอีก 2 ปีเลิกกับ “เป้ อารักษ์” บอกถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงเป็น 2 ปีที่มีค่ามาก จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ถ้าผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็เป็นเรื่องธรรมดา

เคยร่วมงานกันมาก็หลายครั้งแล้วแต่ไม่ยักจะเคยเห็นสาว “แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์” และสาว “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” คนรักปัจจุบันและอดีตคนเคยรักของ “เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ” ร่วมเฟรมถ่ายรูปร่วมกัน จนทำเอาหลายๆ คนมองว่าทั้งคู่เกาเหลากันหรือเปล่า แต่ล่าสุดที่รับงานอีเวนต์ร่วมกันทั้งคู่ก็ยอมถ่ายภาพร่วมกันแต่โดยดี แต่ยืนยันไม่ให้สัมภาษณ์คู่กัน งานนี้แพนเค้กบอกไม่มีปัญหา

“ก็ไม่ได้ทราบว่าวันนี้จะเจอพี่ก้อยค่ะ เพราะจริงๆ ปกติเรามาทำงานก็ไม่ได้ถามอะไรเยอะค่ะ ก็ทราบมาทำงานก็แค่นั้นเอง แพนก็มาทำงานปกติค่ะไม่ได้ซีเรียส ปกติพี่ก้อยก็น่ารักอยู่แล้วค่ะสบายๆ ไม่มีอะไรค่ะ เราก็คุยกันค่ะคุยเรื่องทั่วไป เราเองก็เจอกันหลายงานแล้ว พี่ก้อยเองก็น่ารักเสมอค่ะ เจอกันก็ทักทายพูดคุยตามปกติค่ะ ไม่ได้มีอะไรที่ต้องเป็นปัญหาอะไร”

โต้ขอร้อง “เป้” เลิกบุหรี่ ลั่นไม่เคยห้ามเป็นสิทธิส่วนบุคคล ยันตนไม่ซีเรียสเพราะคนรอบข้างตนก็สูบเหมือนกัน โวตั้งแต่ฝ่ายชายเลิกบุหรี่แล้วดูสดใสขึ้น

“โอ๊ย...แพนไม่เคยขอเลยค่ะ เขาน่าจะเลิกด้วยตัวเขาเองมากกว่าค่ะ ถามว่าดีใจมั้ยดีใจก็คงดี แต่ว่าทั้งหมดน่าจะเกี่ยวกับตัวเขาเองมากกว่าค่ะ สุขภาพของเขาก็น่าจะสำคัญกว่าค่ะ เขาไม่ได้เลิกเพราะแพนค่ะยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็รู้สึกดีค่ะ ก็เป็นกำลังใจให้แล้วกัน ตัวแพนเองไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะเพราะคนรอบตัวแพนก็สูบกันซะส่วนใหญ่ ฉะนั้นเราก็เลยบอกเขาตามสบายดีกว่า เป็นสิทธิส่วนบุคคลค่ะ เขาคงไม่ได้เลิกเพราะแพน คิดว่าเป็นจังหวะมากกว่าค่ะ พอพี่เขาเลิกแล้วก็ดูหน้าตาสดใสขึ้น อาจจะรู้สึกว่าสุขภาพแข็งแรงขึ้นมั้งคะ เขาก็ไม่ได้มีมาสัญญาอะไรว่าจะเลิกสูบเด็ดขาดค่ะ แพนพยายามไม่เพ่งเล็งมาก (หัวเราะ) เพราะว่าเดี๋ยวจะเกร็งค่ะ ให้เขาทำอย่างที่เขาทำดีกว่าค่ะ ไม่กดดันค่ะ สบายๆ ค่ะ”

ไม่สนหมอดูทักอีก 2 ปีเลิก “เป้” เชื่อหากวันนี้ทำดีที่สุดแล้วหากจะมีการเปลี่ยนแปลงตนก็มองเป็นเรื่อง

“ถ้าจะเป็นอย่างนั้นมันก็คงเป็น 2 ปีที่มีค่ามาก เพราะฉะนั้นแพนว่าจะแค่ไหนก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็น่าจะพอค่ะ ถามว่าเชื่อมั้ยก็ 50-50 ค่ะ มันก็เล็กน้อยมากค่ะ เพราะว่าทุกอย่างน่าจะอยู่ที่ตัวเรามากกว่า แล้วแพนก็พูดเสมอว่าเราไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นค่ะ ถ้าวันนี้เราทำดีแล้ว วันข้างหน้ามันอาจจะมีเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม ซึ่งแพนว่าเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะ แต่โดยส่วนตัวแพนแล้วไม่ค่อยได้เช็กดวงเท่าไหร่ค่ะ

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

“แกรมมี่” โต้จับ “จ๊ะ คันหู” เซ็นสัญญาแต่ง “อย่าเอาหูหนี” สู้เวอร์ชั่นแรก ซัดไม่คิดทำแนวนี้

www.tips-fb.com
“แกรมมี่” ออกโรงเคลียร์ กรณีมีข่าวจับ “จ๊ะ คันหู” เซ็นสัญญา เตรียมปล่อยเวอร์ชั่น2 “อย่าเอาหูหนี” ปลายปีนี้ ไม่เป็นความจริง จวกบริษัทไม่มีนโยบายทำเพลงแนวนี้ขาย ซัดข่าวกล่าวดังทำให้แกรมมี่เสื่อมเสีย ขู่เตรียมเอาเรื่องคนปล่อยข่าวแอบอ้าง

หลังจากที่มีข่าวลือออกมาหนาหูว่า “จ๊ะ คันหู” หรือชื่อจริง “นงผณี มหาดไทย” นักร้องวงเทอร์โบ โชว์ลีลาเกาถูกตาแกรมมี่จนมีการเซ็นสัญญากัน และเตรียมปล่อยเพลง “อย่าเอาหูหนี” ออกมาในช่วงปลายเดือนธันวาคม ปีนี้ ซึ่งเพลงดังกล่าวเป็นเพลงช้า แต่มีเนื้อหาสองแง่สองง่ามคงคอนเซ็ปต์คันหู ล่าสุด ปรากฏว่าทำเอาทางแกรมมี่นั่งไม่ติด ร้อนใจถึงกับต้องร่อนจดหมายแถลงการณ์มายังสำหนักข่าวต่างๆ เพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าว

โดยเป็นการยืนยันจากปากของ “นายกริช ทอมมัส” รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ว่า ข่าวลือนี้ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย เนื่องจากบริษัทไม่มีนโยบายทำเพลงแนวนี้ขาย ทั้งนี้ข่าวดังกล่าวได้ทำให้แกรมมี่เสียหาย จึงจำเป็นต้องเอาเรื่องคนแอบอ้างอย่างถึงที่สุด โดยเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้…

จากกรณีมีกระแสข่าวออกไปว่า “จ๊ะ คันหู” สมาชิกวงเทอร์โบเข้าซบค่ายแกรมมี่ และกำลังออกซิงเกิ้ลใหม่ในนามแกรมมี่นั้น นายกริช ทอมมัส รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจเพลง บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอยืนยันว่า “จ๊ะ วงเทอร์โบ” ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเข้าเป็นศิลปินในสังกัดแกรมมี่ ไม่ได้มีการเข้าห้องอัดเพื่อออกซิงเกิ้ลในนามแกรมมี่แต่อย่างได้ ผู้บริหารแกรมมี่กล่าวต่อว่า แนวเพลงดังกล่าวเป็นแนวที่แกรมมี่ไม่ถนัด และยังไม่มีแพลนว่าจะทำเพลงแนวนี้ออกสู่ตลาด

ทั้งนี้ บุคคลที่แอบอ้างเรื่องดังกล่าว มีเจตนาทำให้สาธารณชนสับสบหลงผิด มีผลทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย และบริษัทกำลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย กับผู้ที่แอบอ้างข่าวดังกล่าวต่อไป

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

สาวแม็กซิมลั่น "ฮาเวิร์ด หวัง" คืนเงินเรื่องจบ พร้อมเผยหมดเปลือกถึงความสัมพันธ์

www.tips-fb.com







ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

"เอ๊ะ" ยอมรับควง "ดอม" หนุ่มนักการทูตเที่ยวทะเล เคลียร์สัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้น

www.tips-fb.com
"เอ๊ะ" ไม่ปฏิเสธควง "ดอม" หนุ่มนักการทูตเที่ยวทะเล แต่ไปกันกลุ่มใหญ่ เคลียร์สัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้นทำความรู้จักกัน ตอนนี้คิดกับอีกฝ่ายแค่เพื่อน ลั่นดอมไม่ใช่สเปค แต่ก็ไม่ปิดตัวเอง บอกอยากดูนานๆ ก่อนตกลงคบใครเป็นแฟน







หลังเลิกรากับ "เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์" สาวเก่ง "เอ๊ะ ศศิกานต์ อภิชาติวรศิลป์" ก็ตกเป็นข่าวกับหนุ่ม "แม็ค จักรกฤต เบเนเดทตี้" นักธุรกิจนำเข้าไวน์ ถึงขั้นมีข่าวว่าฝ่ายชายใจป้ำทุ่มเงินเปิดร้านอาหารให้ ทำเอาสาวเอ๊ะออกมาโต้กลับอย่างหัวเสียว่าดูถูกกันเกินไปแล้ว

ล่าสุดเจ้าตัวก็มาตกเป็นข่าวคั่วกับหนุ่มหล่อนาม "ดอม โดมินิก วินเซ็นต์ ลี่ยง" มีดีกรีเป็นหนุ่มนักการทูต องค์การสหประชาชาติ วัย 29 ปี แถมยังเป็นลูกครึ่งอิตาลี-ญี่ปุ่น และติด 50 หนุ่มโสดในฝันคลีโอ 2011 ซึ่งว่ากันว่าสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังงอกเงย ล่าสุดก็เพิ่งควงกันไปเที่ยวทะเลด้วยกันมา สอบถามไปยังสาว “เอ๊ะ” ในระหว่างมาร่วมงานเปิดตัวบัตร ไมเนอร์พลัสการ์ด(Minorplus Card) ที่อาคารเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เจ้าตัวก็เผยว่ารู้จักกันจริง แต่ความสัมพันธ์เพิ่งจะเริ่มต้น ยังไม่ใช่คนพิเศษแต่อย่างใด

"คือตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิตก็จะโดนจับคู่กับเอ๊ะหมด เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ย อยากให้เห็นใจกันบ้าง คือเป็นคนที่เพิ่งเจอกันค่ะ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนไทยด้วยซ้ำ ก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน เป็นเพื่อนของเพื่อนค่ะ เป็นกลุ่มๆ รู้จักกันไปรู้จักกันมา ก็รู้จักกันหมด นิสัยก็ยังไม่รู้จริงๆ ค่ะ เพราะรู้จักกันน้อยมาก รู้จักกันประมาณเดือนนึงเองมั้งคะ ที่ไปทะเลเนี่ยไปกันเป็นกลุ่มใหญ่นะ คือทุกครั้งไม่ว่าจะไปกี่คนก็ตาม ก็จะบอกว่าไปสองคนเสมอ"

"เขาไม่ใช่เสปคเลยค่ะ คือเราเองก็เพิ่งจบจากความสัมพันธ์ครั้งก่อนมา มันก็คงจะเร็วเกินไปที่จะสรุปหรือบอกว่านี่คือคนที่ใช่ คืออนาคตยังไม่ทราบ แต่ว่า ณ ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกัน เรียกว่าเป็นช่วงทำความรู้จักละกัน ก็ไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่รู้สึกเบื่อเหมือนกันนะ เอ๊ะก็ไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์มากนัก แล้วต้องมาโดนกระแสต่างๆ เหล่านี้รบกวนชีวิตตลอดเวลา"

"ยังไม่เปิดตัวค่ะ ยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น เอาไว้แน่นอน แน่ใจแล้วค่อยเปิดละกันนะคะ แบบใจเย็นๆ ไม่ได้กลัวว่าจะผิดหวัง แต่ว่าคงจะดูให้ดีก่อน ก่อนที่จะตกลง แล้วก็เป็นแฟนกับใคร"

"ช่วงนี้ก็ตกหลุมรักกับงานของตัวเองมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วก็ทำธุรกิจของตัวเองอยู่ ก็ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงซ้อมละครเวทีพระนเรศวรมหาราช ก็ใช้เวลาค่อนข้างเยอะอีก เหมือนตอนนี้มันพัวพันนัวเนียอยู่กับงานซะส่วนใหญ่"

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

“แชมป์” ยันไม่ได้ตั้งกระทู้อวยตัวเอง สันนิษฐานข่าวด้านลบน่าจะเกิดจากออกมาแฉวงการกีฬา

www.tips-fb.com
“แชมป์ พีรพล” ออกโรงเคลียร์ ยันไม่ได้ตั้งกระทู้อวยตัวเอง อ้างทีมงานนำล็อกอินตนไปใช้ตั้งกระทู้เพื่อเผยแพร่สกู๊ปข่าวที่แฉวงการกีฬา สันนิษฐานข่าวด้านลบน่าจะเกิดจากการที่ออกมาแฉวงการกีฬา ขอโทษชาวพันทิปที่ทำให้สับสน ไม่ท้อใจที่โดนถล่มในอินเทอร์เน็ต บอกเหตุการณ์นี้จะทำให้แข็งแกร่งรัดกุมในการทำงาน และก่อนลงเล่นการเมืองในอนาคต





กลายเป็นเรื่องขึ้นมาจนได้เมื่อมีคนเข้าไปตั้งกระทู้ในเว็ปพันทิป โดยผู้โพสต์ที่ใช้ชื่อว่า "The Guardian" โต๊ะ "ศุภชลาศัย" ในวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ในหัวข้อ "ขอโหวตให้กำลังใจ "แชมป์ ช่อง 3" คุณแมน คุณกล้า คุณคือคนที่จะพลิกวงการกีฬาไทย!" (คลิกดูรายละเอียดได้ที่ http://www.pantip.com/cafe/supachalasai/topic/S10531519/S10531519.html) พร้อมเนื้อหาชื่นชมการทำหน้าที่พิธีกรจากช่อง 3 "แชมป์ พีระพล เอื้ออารียกุล" จากรายการ "ช็อตเด็ดกีฬาแชมป์" เทปสัมภาษณ์ "โจ้ สืบศักดิ์" นักตะกร้อชื่อดังกรณีความไม่ชอบธรรมของสมาคมฯ และหลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาตอบกระทู้และขุดคุ้ยว่า น่าจะเป็นแชมป์ที่เข้ามาอวยตัวเอง เพราะผู้โพสต์ใช้ล็อกอินของแชมป์

สอบถามไปยังแชมป์เจ้าตัวได้ยอมรับว่า เป็นล็อกอินของตัวเองจริงแต่เป็นการตั้งกระทู้โดยทีมงาน และขออภัยพี่น้องพันทิปในความสับสน พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่า ข่าวในด้านลบของตัวเองที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการทำข่าวเปิดโปงวงการกีฬาในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

“สำหรับเรื่องนี้ก็สั้นๆ ง่ายๆ นะครับ ผมต้องการสื่อสารกับแฟนๆ อย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าเป็นเซเลบริตี้เขาก็มักจะใช้นามแฝง แต่ของผมจะใช้ชื่อจริงเป็นแชมป์ช่อง 3 แต่ว่าผมไม่ได้มีเวลามาตอบทุกครั้งไปแต่บางครั้งเด็กฝึกงานหรือทีมงาน แม้กระทั่งแฟนคลับผมก็สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ (ใช้ล็อกอินเดียวกัน) ใช่ครับ”

“แต่โดยปกติแล้วถ้าผมเข้ามาเขียนเองก็จะมีการเขียนว่าแชมป์ พีรพล เอื้ออารียกุลอยู่แล้ว และก็คิดว่าสัปดาห์ที่แล้วในรายการของผมคงจะเล่นเรื่องวงการกีฬาไทยได้โดนใจหลายๆ คน ทางทีมงานเองเขาก็คงอยากจะให้คนได้เข้ามาดูกันเยอะๆ ก็เลยมีการเขียนเชียร์กันเข้าไป สุดท้ายผมก็เลยต้องเข้าไปตอบในกระทู้ว่า มันเป็นแอคเคาท์ของผมจริง แต่เรื่องอวยหรือไม่อวยนี่คือ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเกิดคนใกล้ตัวของผมเขียนด่าโดยใช้ล็อกอินผมมันก็คงจะออกมาฮากว่านี้อีก”

“ซึ่งผมก็คิดว่า เนื่องจากตัวสกู๊ปที่ผมทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มันเป็นเรื่องของกีฬาที่ไม่เคยมีใครนำเสนอมาก่อน เราทำเรื่องกีฬาไทยวงการตะกร้อกับฟุตบอลไทย ฟีดแบ็คมันค่อนข้างเป็นไปในแง่บวกเยอะ หลายๆ คนบอกว่า วงการกีฬาไม่เคยมีใครเล่นข่าวแบบนี้มาก่อน”

“พอมันเป็นแบบนี้เสร็จปุ๊บ ผมก็รู้สึกว่าประชาชนหลายๆ คนคงอยากจะถามคำถามมีคำถามอยู่ในใจเยอะ ช่วงที่ข่าวกระทู้ในพันทิปนี้มันออกมาแรงๆ ก็ดันไปประจวบเหมาะกับสกู๊ปที่ผมทำออกมาพอดี ฉะนั้นผมก็เลยรู้สึกว่า เรื่องกระทู้มันเป็นเรื่องที่เล็กมากเลยทีเดียว ผมรู้สึกว่าผมคงไม่สามารถสร้างกระแสจากพันทิปได้หรอกครับ เพราะพันทิปคอมเมนท์ผมก็เข้าไปอ่านทุกวันแหละครับ คอมเมนท์เขามีเป็นร้อยแต่ผมทำทีวีมันมีเป็นล้าน ฉะนั้นถ้าผมจะสร้างกระแสผมไปสร้างในเฟซบุ๊คหรือทวิตเตอร์ดีกว่า อย่างในทวิตเตอร์ผมมีคนตาม 3 หมื่นกว่าคนนะครับ”

“ฉะนั้นอย่าเอามาเป็นประเด็นเลยครับ คือผมน่ะรับได้น้องๆ ทีมงานเขาก็อาจจะอยากให้ประชาชนได้ดู เขาก็อาจจะเขียนชมหรืออะไรไปบ้างซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดี ผมไม่ได้โกรธเขาเลยนะ เพราะคนเรารักกันมันก็ต้องชมกัน และผมเองก็เคยพูดว่า ผมอยากจะพลิกพันทิปด้วย พันทิปสมัยก่อนมีแต่เขียนด่าและก็ไม่เคยมีใครอยากให้ผมเข้าไป ผมรู้สึกว่า ถ้าผมจะเข้าไปสื่อสารกับพี่น้องประชาชนก็ต้องตรงและจริงใจ ผมก็เลยใช้ชื่อว่าแชมป์ช่อง 3 ซึ่งหลายคนบอกว่า บ้าหรือเปล่าใช้ชื่อจริงไปทำไม แต่ผมเขียนชื่อนามสกุลจริงลงไปทุกอย่างเพราะอยากจะตรงไปตรงมาที่สุด”

“พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาปุ๊บ ผมก็เข้าไปอธิบายในนั้นว่า ต่อจากนี้ไปผมจะต้องระมัดระวังมากขึ้น ถ้าเกิดจะมีทีมงานหรือคนที่เคยมาฝึกงานกับผมที่มีล็อกอิน ผมก็จะให้เขาใช้ได้แต่ต้องวงเล็บไว้ด้วยว่าทีมงาน แชมป์ช่อง 3 แฟนคลับหรืออะไรก็แล้วแต่”

“แต่อย่างไรก็ตามผมว่าประเด็นเหล่านี้มันเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับสกู๊ปที่ผมได้นำเสนอไปเมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้ว ผมไม่อยากให้ความสนใจมาอยู่ที่ตรงนี้ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรกับวงการกีฬาและสังคม แต่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่าต่อจากนี้ไปต้องทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น ผมก็ต้องขออภัยในเรื่องของความสับสนทุกอย่าง”

“แต่ผมอยากจะให้มาดูในเรื่องของประเด็นที่ทำไมข่าวมันถึงกระหน่ำมาในช่วงนี้ มันเกี่ยวกับอะไร เดี๋ยวผมจะส่งเฟซบุ๊ค ที่ผมทำสกู๊ปอาทิตย์ที่แล้วไปให้พี่ดู พี่ลองไปดูนะครับว่า ไอ้ตัวนี้มันจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นตอนนี้หรือไม่ ผมค่อนข้างชินกับข่าวอยู่แล้ว แต่ผมเป็นกังวลกับแฟนๆ ที่เขารักและคนที่เขาหวังเกี่ยวกับวงการกีฬา อยากจะเห็นการพัฒนาพอเข้าไปอ่านแล้วมันก็คงจะบั่นทอนจิตใจ ต่อไปนี้ผมก็คงจะเข้าไปเล่นในเฟสบุ๊คกับทวิตเตอร์มากขึ้น เพราะคนที่เขารักผมเขาเห็นในพันทิปแล้วเขาบอกว่า เขาไม่อยากจะเข้าไปเห็นคนรักเขาโดนโจมตี”

“ผมก็ต้องขออภัยพ่อแม่พี่น้องพันทิปด้วยแล้วกัน และผมก็ได้เข้าไปตอบในกระทู้แล้วว่าจริงๆ มันเป็นยังไง และผมก็อยากให้เรื่องมันจบ คุณบอกว่าอยากจะให้ดาราตรงไปตรงมา พอมีเรื่องก็โดนถล่มผมก็ตกใจ แต่ในขณะเดียวกันผมก็ดีใจนะเพราะแสดงว่า ผมทำอะไรสังคมก็ยังสนใจ แต่ผมขออภัยในความสับสน แต่ประเด็นที่มันควรจะเป็นและพูดถึงกันจริงๆ ก็คือ สกู๊ปที่ผมทำออกไปมันคืออะไร และถ้าคุณจะคอมเม้นท์ผมก็ยินดีน้อมรับหมด พอสกู๊ปออกไปตอนนี้กระแสบวกมันมาเยอะมันก็ต้องมีลบเข้ามาบ้าง”

ยืนยันไม่ได้อวยตัวเอง
“ในเฟสบุ๊คในทวิตเตอร์รวมแล้วผมมีเพื่อนอยู่ 4 หมื่นกว่าคน ฉะนั้นถ้าเกิดว่าคน 4 หมื่นกว่าคนมีคนที่ไปตั้งกระทู้เกี่ยวกับผมถามว่าอวยไหม จะว่าใช่ก็ได้หรือไม่ใช่ก็ได้ ส่วนใหญ่แล้วผมจะเข้าไปตอบอย่างเดียว และอย่างที่บอกว่า ถ้าผมจะตั้งกระทู้ผมไปตั้งในเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ก็โอเคแล้วเพราะมันมี 4 หมื่นกว่าคน ในพันทิปถ้าฮอตฮิตก็จะมี 40 -50 อันหรือบางอัน 500 ซึ่งมันก็สำคัญแต่วอลุ่มมันก็น้อยกว่าทีวีอยู่แล้ว ถ้าผมจะสร้างกระแสผมไปทำในเฟซบุ๊คทวิตเตอร์ หรือทีวีดีกว่า”

“อย่างไรก็ตามครับผมก็ขอบคุณมากครับที่พี่โทรมาสอบถามผมเรื่องนี้ เพราะผมยินดีที่จะตอบทุกคำถาม ผมชัดเจนกับทุกเรื่อง อย่างเรื่องวงการกีฬาผมก็ชัดเจน มันชัดเจนจนถึงจุดที่ว่าไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน พอกระแสมันบวกมาปุ๊บก็มีกระแสลบเข้ามา ฉะนั้นผมก็อยากจะฝากลิงค์คลิปรายการให้ได้ชมกันเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว วันพุธที่แล้ว วันศุกร์ที่แล้ว ก็อยากให้ลองดูกันว่า ถ้า 3 คลิปนี้มันออกไป มันมีสิทธิ์ไหมที่กระแสลบมันจะมาจากไหน อันนี้ก็แล้วแต่พี่ๆ นักข่าวกับประชาชนจะตัดสิน”

“ผมตั้งใจทำสกู๊ปเหล่านั้นมาก พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นถามว่าท้อไหม คือผมประกาศไปแล้วว่า ผมสนใจในเหตุบ้านการเมือง ผมก็รู้ว่าถ้าเกิดผมลงการเมืองมันคงจะมีเหตุการณ์เล็กๆ ที่สามารถนำเอามาเป็นประเด็นใหญ่ๆ ได้อีกเยอะ ฉะนั้นเรื่องแค่นี้ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตวัย 27 อันนี้เป็นการทดสอบ และเป็นการเริ่มต้นอาชีพนักข่าวของผมจริงๆ ผมทำงานมา 6 ปีแต่รู้สึกว่ามันอาชีพนี้มันเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เองหลังจากทำสกู๊ปออกไป มันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นและพร้อมที่จะพัฒนา ผมยินดีกับปัญหากับอุปสรรค์ต่างๆ ที่เข้ามาจะทำให้เรารัดกุมกับการทำงานให้มากขึ้นในอนาคต”

“ถามว่าเครียดไหม มันแค่นิดเดียว เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะใครจะเชื่อกับเหตุการณ์อะไรที่เกี่ยวกับผมก็ดี แต่ผมก็ย้ำคำหนึ่งอยู่เสมอ ในฐานะที่ผมเป็นนักข่าวก็คือ อะไรที่ไม่ได้เห็นด้วยตาก็อย่ากุด้วยปาก”

เหมือนเป็นการสร้างภูมิก่อนลงการเมืองจริงจัง
“ถ้าเกิดเราสามารถทำให้คนดีเข้าสภาไปได้โดยที่ไม่ได้คิดจะไปเอาผลประโยชน์เข้าตัวเองได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะบอกผมเสมอว่า การเมืองมันอันตรายมันเล่นกันแรง ผมก็จะบอกว่า ก็มันเล่นกันแบบนี้คนที่เขาดีๆ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงก็เลยไม่กล้าเล่นไงครับ เหมือนอย่างที่ผมไปทำสกู๊ป 3 อันนี้ หลายๆ คนก็บอกว่า อยากเห็นพิธีกรกีฬากล้าที่จะพูดความจริง พอผมพูดความจริงขึ้นมา ก็มีกระแสบวกเกิดขึ้นสุดๆ กับลบสุดๆ ผมก็จะลองสู้ดูอีกซักตั้ง แต่ถ้าพี่น้องประชาชนและสื่อบอกว่า ถูกต้องแล้วผมก็จะลุยต่อไป”

“แต่ถ้าประชาชนบอกว่า แชมป์คุณทำรายการแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผมก็ต้องมาพิจารณาดูเหมือนกัน ซึ่งผมทำงานตรงนี้ผมอยู่ได้เพราะประชาชนกับสื่อมวลชน ฉะนั้นเหมือนอย่างที่ผมบอก ก่อนที่จะตัดสินอะไรอยากให้ได้ย้อนไปดูถึงสกู๊ปที่ผมได้ทำไป ทุกคนจะได้รู้คำตอบและทราบถึงเจตนารมณ์ของผมที่ชัดเจนมากขึ้น”

ทำไปได้? หึ่ง! "แชมป์ พีรพล" ตั้งกระทู้อวยตัวเอง

***ลิงค์สกู๊ปรายการ "ชอตเด็ด กีฬาแชมป์" ที่ "แชมป์ พีรพล" สันนิษฐานว่า น่าจะทำให้เกิดข่าวด้านลบเพราะไปแฉวงการกีฬา

ออกอากาศวันที่ 9 พฤษาคม 2554
เจาะประเด็น สมาคมตะกร้อ ตอน 1: สืบศักดิ์ ผันสืบ เปิดใจกรณีสมาคมเอาเปรียบนักกีฬา
http://www.youtube.com/watch?v=AU0DczzIEts&feature=channel_video_title

ออกอากาศ 11 พฤษภาคม 2554
สมาคมตะกร้อ ตอน 2: สืบศักดิ์ vs การบริหารจัดการกีฬาแบบไทยๆ
http://www.youtube.com/watch?v=FWf5mvguBsc&feature=channel_video_title

ออกอากาศ 13 พฤษภาคม 2554
สมาคมฟุตบอล ตอน 1: อาจจะเป็นคนนี้... เปิดใจ "บิ๊กกร๊อง วิรัช ชาญพานิชย์" ความหวังใหม่บอลไทย!?!
http://www.youtube.com/watch?v=JL77seqbhu0&feature=channel_video_title

ออกอากาศ 16 พฤษภาคม 2554
สมาคมฟุตบอล ตอน 2: เปิดใจ "บิ๊กกร๊อง วิรัช ชาญพานิชย์" หากได้เป็นนายก เค้าจะทำอะไร?
http://www.youtube.com/watch?v=T6jaIBG8nvw&feature=channel_video_title

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“ชุดาภา” ตีแผ่ทองประกายแสด 2011 จากเด็กนั่งดริ้งค์กลายเป็นโคโยตี้ “พิ้งกี้” เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

www.tips-fb.com
“ชุดาภา จันทเขตต์” ย้อนอดีตทองประกายแสด 3 เวอร์ชั่นใครเล่นก็ดังทุกคนเพราะบทแรงหวือหวา เผยสมัยที่ตนเป็นนางเอกก็เคยถูกฟัดมาเหมือนกัน ส่วนยุคนี้ปรับบทประพันธ์ใหม่ให้นางเอกเป็นโคโยตี้แทนเด็กนั่งดริ้งค์ เพื่อความเหมาะสมของยุคปัจจุบัน มั่นใจ “พิ้งกี้” คือคนที่เหมาะสมทั้งวินัยการแสดงและมีความสามารถในการเต้น



ทองประกายแสด บทประพันธ์ของ “สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง” ที่ถูกนำมาผลิตเป็นภาพยนตร์แล้วถึง 3 ครั้ง และก็ได้รับความฮือฮาทุกครั้ง ใครสวมบท “ทองดี” นางเอกของเรื่องเป็นต้องโด่งดังมีชื่อเสียง เพราะบทแรงเล่นเป็นสาวนั่งดริ้งค์ทำงานในค็อกเทลเล้าจ์ ผ่านการมีสามีมาถึง 8 คน ใครเล่นก็ฮือฮาเพราะต้องเปลืองตัวเลิฟซีนกระจาย

ปัจจุบันนี้ทองประกายแสดงได้ถูกนำผลิตใหม่อีกครั้ง โดยมีบริษัทโซนิคยูสเป็นผู้ผลิต ภายใต้การกำกับของ “ชุดาภา จันทเขตต์” อดีตนางเอกทองประกายแสดที่แจ้งเกิดจากบทมากผัวนี้ไปเต็มๆ เมื่อ 20 ปีก่อน โดยจะออกอากาศทางช่อง 8 ซึ่งเป็นเคเบิ้ลทีวีค่ายอาร์เอส

แต่ที่ฮือฮาไปกว่านั้นก็คือ การหวนกลับคืนวงการอีกครั้งของ “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” ในบททองดีเวอร์ชั่น 2011 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกช่อง 3 ปลดจากละครเพลิงพราย เพราะมีข่าวฉาวพัวพันกับ “เป๊ก สัณชัย เองตระกูล” สามีของ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ รามณรงค์” และภายหลังธัญญ่าก็ได้เลิกรากับสามี ต่อมาค่ายกันตนาอดีตต้นสังกัดของพิ้งกี้ที่อุ้มชูปั้นกันมาตั้งแต่เด็ก ก็ได้เสนอชื่อพิ้งกี้ให้เล่นละครอิเหนาให้กับช่อง 9 แต่สุดท้ายช่อง 9 ก็ทนแรงเสียดทานจากกระแสการแบนของสังคมไม่ไหวต้องปลดพิ้งกี้ในที่สุด

พอมีข่าวว่าพิ้งกี้จะมาเล่นบททองประกายแสด ก็กลายเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ขึ้นมาทันที เพราะบทนี้มันช่างกร้านโลก ประกอบกับข่าวเรื่องมือที่สามธัญญ่า-เป๊ก ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของพิ้งกี้ดูแรงขึ้นไปอีก ทองประกายแสด 2011 จะเป็นแบบไหน และแรงแค่ไหน คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่า ชุดาภา จันทเขตต์ ผู้ที่เคยสวมบทนี้และกำกับเรื่องนี้เป็นแน่

“นี่เป็นงานกำกับครั้งแรกของชุ และทองประกายแสดก็เป็นงานแสดงภายนตร์เรื่องแรกของชุ พอทางอาร์เอสให้บริษัทโซนิคยูสที่ชุมีหุ้นด้วยผลิตละครเรื่องนี้ พี่ก้อง(ปิยะ เศวตพิกุล) หุ้นส่วนของบริษัทก็เลยมีความเห็นว่า เราน่าจะกำกับได้เพราะเราเองก็เป็นครูสอนแอคติ้งโค้ชของกบ สุวนันท์ และก็ชลลัมพี เป็นนักเรียนการแสดงของช่อง 3 และมีประสบการณ์ในการทำงานมา 20 กว่าปี ประกอบกับเราเองก็เคยเล่นละครเรื่องนี้ ทุกคนเลยมองว่าเราสุดคือคนที่เหมาะสมที่สุด”

“ซึ่งมันเป็นอะไรที่ชุไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะรับหน้าที่ผู้กำกับ ก่อนหน้านี้หม่อมน้อย(ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล) ก็เคยชวนให้มาช่วย แต่เราก็ไม่ได้จริงจัง เพียงแต่เราเป็นคนแบบแมนๆ จะชอบนั่งอยู่หน้ามอนิเตอร์ ชอบดูเขาทำงาน และก่อนหน้านี้ที่บริษัททำละครเราก็จะเป็นคนที่ทำเรื่องย่อเอง พอทำไปเสนอแล้วมันก็ผ่าน แม้กระทั่งเรื่องนี้เราก็เป็นคนทำเอง บริษัทก็เลยคิดว่าน่าจะทำได้”

“พอตัดสินสินใจทำก็มีการไปปรึกษาผู้กำกับปรึกษาทีมงานเพื่อดูจุดแข็งจุดอ่อนของเรา จุดแข็งของเราก็น่าจะเป็นเรื่องของแอ็คติ้ง จุดอ่อนน่าจะเป็นเรื่องเครื่องมือกับเทคนิค ก็ต้องให้ทีมงานมาซัพพอร์ทตรงนั้น ส่วนเรื่องของการคัดเลือกนักแสดงต้องบอกเลยว่านักแสดงพระเอกนางเอกส่วนใหญ่จะมีค่าย มันไม่ง่ายเลยที่จะได้เขามาเล่น แต่ตัวทองประกายแสดทางอาร์เอสเป็นคนวางตัวพิ้งกี้มาให้ ถ้าถามชุในแง่ของผู้กำกับเราก็ไม่มีปัญหา”

“ชุเป็นคนที่ไม่ค่อยติดตามข่าวสารซักเท่าไหร่ แต่ก็พอจะทราบมาบ้างว่าอาจจะมีเรื่องกระแสหรือว่าอะไร เราก็พร้อมยอมรับเพราะเราตัดสินใจที่จะทำงานๆ หนึ่งแล้ว แต่ในส่วนของการทำงานเท่าที่เราเจอพิ้งกี้เขาก็เป็นเด็กที่มีวินัยในการทำงาน 5 ครั้งที่มาซ้อมเขาเป็นคนรับผิดชอบตรงเวลาดี ชุมองว่าถ้านักแสดงมีวินัยในการทำงานแค่นี้ผู้กำกับก็แฮบปี้แล้ว”

“สำหรับกระแสการแบนพิ้งกี้มันเป็นเรื่องปัจเจกมันมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ มันมีคนคิดลบก็มีคนคิดบวก เพราะฉะนั้นผลที่ออกมามันจะรุนแรงขนาดไหนเราก็ไม่ทราบมันเหนือความคาดเดา มันเกินจุดที่อยู่ในส่วนของเราแล้ว เราก็รับผิดชอบในส่วนของเราไปดีกว่า”

แค่เริ่มต้นก็ดังแล้ว เพราะนอกจากละครจะแรงด้วยบทประพันธ์อยู่แล้ว ผู้ที่สวมบท “ทองดี” สาวมากรักล้วนเกี่ยวข้องกับการทองประกายแสดง 2011 ไม่ว่าจะเป็น “ชุดาภา” ผู้กำกับของเรื่องก็เคยสวมบททองดีเวอร์ชั่น 2 “ธัญญ่า” คู่กรณี “พิ้งกี้” ก็เคยสวมทบทนี้เช่นกัน และวันนี้พิ้งกี้ก็มาซ้ำรอยธัญญ่า ช่างเหมาะเจาะกับข่าวกุ๊กกิ๊ก “เป๊ก สัณชัย” ซ้ำรอยธัญญ่าเช่นกัน ซึ่งชุยืนยันว่าเป็นแค่ความบังเอิญไม่ได้โหนกระแส
“บอกได้เลยว่าทุกอย่างมันเป็นความบังเอิญ เราเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมากำกับ เพราะเคยปฏิเสธงานกำกับมาแล้วหลายครั้ง เพราะเรามีงานบริษัทต้องดูแลอีกหลายอย่าง และโดยส่วนตัวก็เป็นคนที่ทำธุรกิจเยอะมาก มีทั้งธุรกิจสปา และก็งานอสังหาริมทรัพย์สร้างตึกขาย แต่พอมาเป็นเรื่องนี้มันเป็นงานของบริษัทจะเอาคนอื่นมากำกับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย สุดท้ายเราโอเคตกลงกำกับพอมารู้เรื่องนักแสดง มาเชคว่าใครเคยเล่นมาบ้างก็เนาะ....เรายังขำเลย(หัวเราะ) ว่าทำไมจะต้องเป็นเรื่องนี้ ทำไมต้องเป็นคนนี้ ทุกอย่างไม่ได้ถูกเซ็ทขึ้นเพื่อให้เกิดกระแส แต่มันเป็นอะไรที่บังเอิญมาประจวบเหมาะกันพอ

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

ชอบอ่านข่าวแซ่บๆก็กดไล้ท์ไว้นะคร้า

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Google bot last visit powered by Scriptme
Msn bot last visit powered by Scriptme
Yahoo bot last visit powered by Scriptme


Credit

ข้อมูลบทความซ้อ7 และข่าวบันเทิงจาก http://www.manager.co.th
 

Copyright 2008 All Rights Reserved My design theme by Vikas Bhardwaj Blog Converted into Blogger Template by Vikas Bhardwaj blog