วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

“ปุ๊กกี้” โผล่โต้ท้องไม่มีพ่อ เผยสามีอายุ 45 คบกันมา 6 ปีแล้ว

www.tips-fb.com
“ปุ๊กกี้” โต้ท้องไม่มีพ่อ แจงสามีอายุ 45 คบกันมา 6 ปีแล้ว ปัดแย่งสามีคนอื่นมา แต่รับอีกฝ่ายเคยมีครอบครัวมีลูก พร้อมเผยไม่ได้ตั้งใจที่จะท้องช่วงนี้แต่ลูกคงอยากมาเกิด ฟุ้งตั้งแต่มีลูกคนนี้โชคดีมาก มีค่ายเพลงต่างประเทศทาบให้ไปร้องเพลง

“ปุ๊กกี้” โผล่โต้ท้องไม่มีพ่อ เผยสามีอายุ 45 คบกันมา 6 ปีแล้ว
“ปุ๊กกี้” โผล่โต้ท้องไม่มีพ่อ เผยสามีอายุ 45 คบกันมา 6 ปีแล้ว
หย่ามาแล้ว 2 รอบ สำหรับอดีตนักร้องสาว “ปุ๊กกี้ ปริศนา พรายแสง” แต่อยู่ๆ ก็มีภาพเจ้าตัวตั้งครรภ์และภาพตอนคลอดลูกออกมา ท่ามกลางข่าวลือว่าปุ๊กกี้ท้องไม่มีพ่อ กระหน่ำซ้ำด้วยข่าวไปแย่งสามีชาวบ้านมา ล่าสุดอดีตนักร้องสาวได้มาเปิดเผยในรายการ “คนดังนั่งเคลียร์” ช่องสตาร์แม็กซ์ พร้อมเคลียร์ชัดทุกข่าวลือ

“ตอนนี้ก็คลอดน้องได้ 1 เดือนครึ่งค่ะ คนนี้คนที่3 ที่ตั้งชื่อว่าลูกซิดนีย์ก็ได้มาหลังคลอด 2 อาทิตย์ ก็ไม่รู้จะเรียกอะไร เขาเหมือนคุณพ่อ เลยให้ชื่อแทนคุณตา ซึ่งเป็นเมืองเกิดของปุ๊กกี้ด้วย ตอนนี้เป็นคุณแม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เลี้ยงลูกอย่างเดียว งานนี้เป็นงานแรกที่รับในรอบ 8 เดือน หลายคนตกใจอยู่ดีๆ คลอดลูก กะทันหันแล้วไม่ได้ออกมาชี้แจงใดๆ ทั้งสิ้น คือตอนนั้นอยากให้สุขภาพจิตยังคงที่สงบ แต่ไม่ได้เครียดค่ะ เจอหนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว คิดว่ามันเป็นแค่กระแสข่าวเดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ยันพ่อของลูกมีตัวตนจริงๆ ไม่ได้ท้องไม่มีพ่อ ท้องแล้วโดนทิ้ง หรือแย่งสามีใครอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
“คุณพ่อของน้องมีตัวตนอยู่จริง แล้วก็ไม่ได้ไปแย่งสามีใคร แต่ไม่ได้จะมานั่งเปิดเผยสัมภาษณ์ว่าใครชื่อนามสกุลอะไรก็คืออยากเก็บครอบครัวนี้ไว้เป็นส่วนตัวนิดนึง เขาเป็นคนธรรมดา ไม่เข้าใจอะไรแบบนี้ว่าอะไร มีกล้องมาจ่อปาก พี่เขาแก่ว่ากี้ 10 ปี อายุ 45 เป็นผู้ใหญ่ก็จะไม่ค่อยเข้าใจอะไรแบบนี้เท่าไหร่”

“เราคบกันมา 6 ปี ที่ใช้เวลาพิจารณานานก็เพราะมันได้เจอกันบ้างไม่เจอกันบ้าง ไม่ใช่ที่จะต้องแบบอยู่กันทั้งวันโทร.ไปทำไมไม่รับ ก็ถ้าไม่สนิทไม่ได้อยู่ในกลุ่มด้วยกัน ไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันก็จะไม่รู้ ที่ผ่านมาคิดว่าเป็นความรักไหม ที่ผ่านมาก็เป็นความรักแหละเป็นแบบป็อปปี้เลิฟ ฉันจะถวายสิ่งนี้ให้เธอ ครั้งที่2 ก็คงจะรักแบบเพื่อน คู่ชีวิต แต่ครั้งนี้เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าเขาเป็นผู้นำความคิดให้เราด้วย”

แจงอาจเป็นเพราะฝ่ายชายเคยมีครอบครัวมาก่อนทำให้ถูกมองไปแย่งสามีชาวบ้านมา
“ใช่คะ อาจจะมองแบบนั้นก็ได้ กี้เข้าไปยุ่งเอง ยุ่งในที่นี้คือทำให้ลูกสาวเขาได้คุยกับพ่อ ซึ่งขาดการติดต่อไปช่วงนึง น้องเขาอายุ16 แล้ว ก็ให้พาไปฮ่องกง เกาหลี อย่างที่เขาต้องการ คบกันคนนี้นาน 6 ปีค่ะ ไม่ค่อยมีข่าวออกมาเพราะไม่ค่อยได้ลงรูปอะไร ไปกินข้าวก็ไม่รู้จะลงรูปอวดใคร มีครอบครัวมาแล้วทั้งคู่ก็ไม่มีอะไรมาหวานแหววแล้ว กับทางลูกของพี่เขาก็เข้ากับเราได้ดีค่ะ”

“เราเพิ่งใช้ชีวิตด้วยกันปีหลังนี่ค่ะ ปกติไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่หน้าที่การงานแตกต่างกัน พอมาอยู่ด้วยกันก็ต้องปรับ จะไม่มีการจดทะเบียนหรือจัดงานแต่งงานอีกแน่นอน เรื่องลูกก็บอกพี่เขาไว้แล้วถ้ามีปัญหาระหว่างเราลูกเป็นของฉัน ขอเถอะ ตกลงแล้วค่ะ ถามว่าไม่จดทะเบียนกลัวคนจะมองว่าไม่ให้เกียรติกี้หรือเปล่า ไม่จำเป็นค่ะ ได้รับเกียรติมามากพอแล้ว เหมือนกับว่าเราผ่านมาแล้ว 2 ฉบับ แล้วก็ได้ ใบหย่ามา 2 ฉบับ ดูแล้วไม่ได้มีประโยชน์อะไรถ้าเราไม่จดเพื่อมรดก ภรรยาเก่าเขา เราก็คุยกันผ่านวอทแอป คุยเรื่องลูก จะเรียนพิเศษจะสอบเอ็นทรานซ์ พ่อโอนค่าเทอมยัง คุยกันดีไม่มีปัญหา”

“เรื่องความมั่นใจในตัวเขา จริงๆ ก็ไม่ได้มั่นใจอะไรมากมาย คำตอบแปลกไหมคะ คือไม่อยากหวังมากมายกับชีวิต ใครๆ ก็อยากให้ความรักที่เกิดขึ้นแล้วยังอยู่แก่เฒ่าดูลูกหลานวิ่งเล่น แต่ประสบการณ์ก็สอนอย่าไปยึดติดกับภาพลักษณ์นิยาย ใช้ชีวิตวันต่อวันให้คุ้มค่าดีกว่า”

หลายคนงงว่าไม่อยากเปิดเผย แต่ทำไมก่อนหน้านี้ถึงโพสต์รูปตัวเองตอนท้องจนสังคมรู้ พร้อมเผยไม่ได้ตั้งใจจะท้องตอนนี้
“อยากถ่ายเก็บไว้ จริงๆ อัปหยอดๆ ไปนานแล้ว บางคนอาจเดาไม่ออก หนูเองก็ตกใจที่ท้อง ไม่ได้ตั้งใจที่จะท้องช่วงนี้ แต่ในเมื่อเขาอยากเกิดก็ให้เขาเกิด มีคนทักว่าอวบขึ้นหรือเปล่า ปุ๊กกี้ทานยาฮอร์โมนเดี๋ยวทานเดี๋ยวไม่ทานเลยไม่ได้สงสัยอะไร จนมันมีอาการอื่นๆ เริ่มคลื่นไส้ รู้ตัวว่าท้องตอนเข้าเดือนที่ 5 ซื้อที่ตรวจเอง มันก็ใช่เลย เลยไปเจาะเลือด บอกแฟนเขาก็ดีใจ ตอนท้องขนาดเพื่อนสนิทที่ไปญี่ปุ่นกลับมาท้อง 8 เดือนเขายังไม่รู้เลยว่าท้อง”

“ตอนโพสต์ก็ไม่คิดว่ามันจะฮือฮา แต่คนยังให้ความสนใจกับเราไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม แอบดีใจ ชีวิตของหนูก็เป็นโอกาสให้ใครหลายคนศึกษา ทำไมปิดเงียบเรื่องสามีจริงๆ ได้ชี้แจ้งไปแล้วว่าคบอยู่ ตอนนั้นบอกแล้วว่ามีคบอยู่ แต่ไม่ได้โพสต์รูป (เห็นอัปแต่รูปลูกทำไมไม่เปิดเผยใบหน้าสามี?) ก็เปิดอยู่นะถ้าดูดีๆ(ยิ้ม)”

เผยแม่ “จารุวรรณ พรายแสง” อยากเจอหลาน อยากให้พาไปอยู่ที่ออสเตรเลีย
“แม่ก็บอกเมื่อไหร่จะพาหลานมาเยี่ยมฉัน เอาหลานมาอยู่ที่นี่สิ ส่งรูปมาให้ดูสิ คือต้องส่งรูปให้ดูทุกวัน ตอนนี้คุณแม่ก็มีศึกแย่งชิงเป็นศึกดีนะคะ อยากให้หลานไปอยู่ด้วย อยากเอาไปเลี้ยง ต้องอัปเดทรูปให้ทุกวัน ตอนนี้หนูก็เลี้ยงลูกเองค่ะ เลี้ยงกัน 2 คน ต้องบอกว่าตอนคลอดยังไม่ได้ซื้ออะไรเตรียมไว้เลย เหมือนเราก็งงๆ อยู่โทร.ไปถามเพื่อนว่าใช้อันไหนยี่ห้อไหน เราผ่านจุดนั้นมา 15 ปีแล้วก็นานพอสมควร คือทุกอย่างเร็วมาก พอหลังคลอกกี้ก็ดูแลวิธีไทยแท้เลยค่ะ แบบโบราณ แต่เป็นคนสมัยใหม่ทำให้มีลูกประคบ มีหม้อร้อนๆ ทำให้เหงื่อออกค่ะ” รับเห่อลูกมาก บอกลูกเป็นของขวัญที่ดีที่สุดมาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย แถมลูกยังให้โชคมีค่ายเพลงต่างประเทศให้ไปร้องเพลงทั้งที่ตนอุ้มท้องอยู่
“เขาคือทุกสิ่งที่โหยหามาตลอดชีวิต เหมือนพระประทานให้ พอเขาเกิดก็มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ไม่ต้องรู้ตัวอยู่ๆ ก็มาเหมือนเป็นของขวัญ พอเห็นหน้าลูกมันรู้สึกแบบนี่เหรอที่เรารอคอย เรามีของเราแล้ว ก็หวงลูกมาก ตอนท้องก็มีค่ายเพลงดังติดต่อมาจะให้ไปร้องเพลง แต่เราท้องเขาก็บอกไม่เป็นไรประเทศเขาได้ เป็นเพลงฝรั่ง ก็ต้องบินไปอัดที่เมืองนอกจะได้เห็นเมื่อไหร่ยังไม่แน่ใจ”

ส่วนลูกสาวกับลูกชายที่เกิดกับ “ต๋อง สุรพันธุ์ จำลองกุล” หรือ “ต๋อง อดีตนักร้องวงทู” เจ้าตัวเผยไม่ได้เจอมา 2 ปีแล้ว
“ไม่ได้เจอเลยค่ะ เราก็แอบดูอยู่นะ ลูกก็อายุ 15 กับ 13 แอบส่องอยู่เขาก็มีครอบครัวของเขาก็เข้าใจ ว่าเขาอยากอยู่กับครอบครัว กี้ไม่ได้เจอ 2 ปีมั้งคะ อยากเจอ แต่ถ้าไม่ได้เจอก็อย่าดันทุรังเข้าไป ให้เขาโตแล้วคิดได้เอง ถ้าเขาอยากเจอก็ค่อยเจอ เขาทราบค่ะว่าเราเป็นแม่”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

“หยวน นิธิชัย” ปิ๊งรัก “ยิปซี” กลางกองฯ สารภาพต่อหน้าชอบ น่ารักมาก

www.tips-fb.com
“หยวน นิธิชัย” ปิ๊งรัก “ยิปซี” กลางกองละคร ด้านหยวนสุดเขินหลังสัมภาษณ์คู่กัน สารภาพต่อหน้ายิปซีแอบชอบ ชมน่ารักมาก เร็วๆ นี้จะรวบรวมความกล้าเดินหน้าจีบ ขณะที่ยิปซีไม่ปิดโอกาส บอกตั้งแต่มีแฟนมาไม่เคยได้รับความรู้สึกที่สะอาดแบบนี้มาก่อน

“หยวน นิธิชัย” ปิ๊งรัก “ยิปซี” กลางกองฯ สารภาพต่อหน้าชอบ น่ารักมาก

เขินหน้าแดงทีเดียว สำหรับ “หยวน นิธิชัย ยศอมรสุนทร” ที่ออกมาให้สัมภาษณ์คู่กับสาว “ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์” ในงานบวงสรวงละครของค่ายเอ็กแซ็กท์ ถึงข่าวคราวเรื่องหัวใจที่หนุ่มหยวนเกิดตกหลุมรักสาวยิปซีกลางกองซิตคอมเรื่อง เฮง เฮง เฮง ที่ทั้งคู่ร่วมงานกัน ซึ่งตลอดการเปิดใจทางฝ่ายของนักแสดงหนุ่มออกอาการเขินหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด

หยวน: “ยังไม่เริ่มจีบอะไร คือมันเป็นความรู้สึกดีที่เกิดจากการทำงาน เหมือนเราร่วมงานกันก็เลยมีความรู้สึกดีๆ (แอบปลื้มน้องจริง?) ครับ ก็ได้บอกน้องไปแล้ว น้องเขาน่ารักมาก ตั้งใจทำงาน(เขิน)”

ยิปซี: “ก็ประทับใจค่ะ แล้วก็ขอบคุณมาก ถามว่าเขินไหม มันก็มีอยู่แล้ว แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือเราไม่เคยรับอะไรแบบนี้ คือยิปก็เคยมีแฟนมา เคยมีความรัก แต่ว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้ คือสำหรับยิปนะ มันเป็นความรู้สึกที่สะอาด แล้วเขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน คือพี่หยวนบอกว่า แค่อยากบอกเฉยๆ”

ส่วนโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ “หยวน” บอกตอนนี้ยังไม่ได้เดินหน้าจีบ แต่พี่ๆ อาๆ ในซิตคอมฯเชียร์กันเต็มสูบ
หยวน: “ก็ยังไม่ได้เดินหน้าอะไรครับ ก็คงดูกันไปเรื่อยๆ เพราะว่าพี่ๆ อาๆ ก็เชียร์กันเต็มที่เพราะว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ที่เรากล้าไปบอกน้องเพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นกำลังใจที่เรามอบให้เขาได้แค่นี้จริงๆ”

แค่ยืนคู่กันยังหน้าแดงแล้วเขาฉากต้องเป็นแฟนกันจะเขินไหม?
หยวน: “พอเป็นตัวละครกันอาตงกับอาหมวยมันก็จะเป็นอีกแบบนึง มันจะเป็นคนละคน หมายถึงเวลานับ 5 4 3 2 มันก็จะสวมวิญญาณเป็นอาตงและอาหมวยทันที ส่วนความรู้สึกของตัวเองมันก็จะอยู่ข้างใน แล้วคือผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม คือมันเก็บไม่อยู่จริงๆ”

เรียกว่ารักเกิดในกองถ่าย?
หยวน: (เขินหันหน้ามองยิปซี)

ยิปซี: “สำหรับยิปไม่ใช่แค่พี่หยวนนะคะ คือมันเป็นทั้งครอบครัวเฮงๆ คือเรารักกัน แล้วก็ดูแลกัน คือทุกรักทุกคนทั้งบ้านคือมันเป็นอะไรที่ภูมิใจ”

ด้านหนุ่ม “หยวน” แง้มที่เพิ่งสารภาพความรู้สึกทั้งที่ร่วมงานพักใหญ่แล้ว เป็นเพราะตนเป็นคนเก็บความรู้สึก
หยวน: “คือเป็นคนเก็บความรู้สึก ไม่พูด คือตอนที่ตัดสินใจบอกก็ไม่รู้ว่าอะไรโดนใจ ส่วนใหญ่เราก็คุยแต่เรื่องงาน ไปๆ มาๆ ก็ไม่รู้อีท่าไหนก็เลยบอก แต่ก็ดีครับ ก็รู้สึกสบายใจ คือหมายถึงว่าเราคิดแล้วว่าสิ่งที่พูดเราไม่ได้คิดในทางที่ไม่ดี คือหัวใจเราสะอาดใสๆ มา เลยมีความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้จริงๆ แต่ตอนนี้คิดหนักเพราะว่าแซวกันไปแซวกันมาในกองถ่ายมันเริ่มบานปลายมาก ก็เลยคุยกัน ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็รู้เลย”

ปัดยังไม่เรียกว่าศึกษาหรือดูใจ
ยิปซี: “เหมือนพอพี่หยวนเขามาบอกแล้วมันชัดเจน เราก็ดีใจกับเขาด้วย หนึ่งเลยคือพี่เขาก็สบายใจ ส่วนการเปลี่ยนแปลง ก็ยังไม่นะคะ ก็ยังเป็นเหมืนเดิม แต่แค่รับรู้ว่าเขามีความรู้สึกดีๆ ให้เรา”

พี่เขาเขินหน้าแดงขนาดนี้ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?
ยิปซี: “เป็นประจำ คือจะเป็นตลอดเลย”
หยวน: “คือไม่ว่าใครแซวก็เป็นโดยอัตโนมัติ”

เมื่อามว่าโสดทั้งคู่จะมีโอกาสพัฒนาไหม? หนุ่ม “หยวน” ก็บอกว่า…
หยวน: “คือเราบอกน้องเลยว่าเราวางทุกอย่างชัดเจนมาก ก็ยังไม่ได้เดินหน้าจีบครับ ส่วนจะเริ่มเมื่อไหร่ ก็คงเร็วๆ นี้แหละเพราะทั้งผู้ใหญ่ในกองถ่ายเชียร์กัน ไอ้ทางเราก็ยุขึ้นด้วยนะครับ(หัวเราะ) ก็ต้องดูอีกทีว่าจะเป็นยังไงเพราะทุกอย่างไม่ได้เกิดจากความคิด มันเกิดจากความรู้สึกข้างในใจก่อน แล้วเป็นตัวนำทาง เพราะเมื่อความรู้สึกของคนมันเกิดคลิกกัน ก็คงมีการพัฒนา แต่ปัจจุบันยังไม่มีอะไรเดินหน้าเลย”

ยิปซี: “ถามว่าจะเปิดใจไหม ก็ถ้ามันเกิดขึ้นก็ค่อยมาคิดดูอีกที เพราะที่รู้จักพี่หยวนมาเป็นคนตั้งใจทำงานมาก แต่ความรู้สึกตอนนี้ก็โอเคนะจะ จีบหรือไม่จีบตอนนี้ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะชีวิตมีอะไรมากกว่าการมานั่งคบกัน (แล้วพี่เขาใช่สเปคไหม?) พี่เขาเป็นคนดีค่ะ เป็นคนน่ารัก รักครอบครัว จะเปิดโอกาสหรือเปล่าก็ต้องลองคุยดู เพราะเราก็ไม่ได้ตัดโอกาส”

ขอบคุณข่าวแซ๋บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"เจ-อ๊อฟ" นำม็อบดารา ไล่รัฐบาลโกงชาติ

www.tips-fb.com
การต่อสู้กับทรราชเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกองทัพภาคประชาชนที่มีดารา นักแสดง และคนในวงการบันเทิงเข้าร่วมด้วย ทั้งที่เดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างเปิดเผยและที่แอบส่งกำลังใจเชียร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก คราวนี้ขาประจำอย่าง “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” เดินหน้าปักหลักร่วมชุมนุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. เช่นเดียวกับดาราสาวสวย “ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ” ที่แสดงความรักชาติด้วยการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมที่ บช. น. ส่วนนักร้องเจ้าพ่อเพลงแร็ป “เจ เจตริน วรรธนะสิน” กระโดดขึ้นรถของแกนนำต่อต้านระบอบทักษิณที่ปักหลักอยู่ที่ บช.น.แถมยังประกาศผ่านไมโครโฟนเสียงดังว่า “กูมีความรู้ ไม่ต้องจ้าง กูมาเอง” เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นเลยทีเดียว



ในขณะที่การชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากแกนนำและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมชุมนุมแล้วก็ยังมีคนในวงการบันเทิงที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมครั้งนี้ด้วย โดยกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปักหลักอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือ สตช. มีขวัญและกำลังใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อนักร้องเพลงแร็ปชื่อดัง “เจ เจตริน วรรธนะสิน” ปรากฏตัวในชุดเสื้อยืดสีดำทะมัดทะแมง ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนรถของแกนนำต่อต้านระบอบทักษิณแล้วประกาศเสียงดังผ่านไมโครโฟนว่ารัฐบาลชุดนี้หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว จากนั้นก็ย้ำว่า “กูจบปริญญาตรี กูมีความรู้ ไม่ต้องจ้าง กูมาเอง”



ครอบครัววรรธนะสินค่อนข้างชัดเจนในเรื่องการเมืองมาโดยตลอด ทั้งตัวของเจเองและ “โจ จิรายุ วรรธนะสิน” พี่ชายซึ่งคอยโพสต์บอกข่าวในอินสตาแกรมส่วนตัวเป็นระยะๆ ตั้งแต่เริ่มมีการชุมนุม โดยเนื้อหาในอินสตาแกรมของโจตอนหนึ่งพูดถึงข่าววงในเกี่ยวกับแผนของทักษิณเอาไว้ว่า “ข่าวจากภายในมหาดไทยนะครับ 50/50 นะครับรัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ทักษิณอยู่สิงคโปร์ ประชากับส.ส.พท.บินไปพบ สั่งลุยเต็มที่ ถอนมวลชนแดงที่มังคลาแล้วใช้ฮาร์ดคอร์แต่งตัวธรรมดาปะปนผู้ชุมนุม ก่อความรุนแรง ยกระดับสู่การปราบปราม ขอให้แจ้งข่าวไปให้ทั่วและเพิ่มความระมัดระวังด้วย” ไม่เพียงแต่พี่น้อง “โจ-เจ” ที่ประกาศจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้ แต่ในการชุมนุมที่หน้า บช.น. เจยังควงภรรยาสาวสวย “ปิ่น เก็จมณี วรรธนะสิน” ที่มาคอยให้กำลังใจพร้อมทั้งนำน้ำดื่มมาให้กับผู้ชุมนุมอีกด้วย

ทางด้านร็อกเกอร์หนุ่มใหญ่ใจนักเลง “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ซึ่งเป็นขาประจำในการออกมาต่อต้านระบอบทักษิณมาโดยตลอดก็มาร่วมเป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมที่บช.น. ด้วย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดเพราะตำรวจมีการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายการชุมนุมเป็นระยะๆ แต่อ๊อฟก็ยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้า บช.น. ไม่ยอมถอย

ย้อนกลับไปในอดีต ช่วงปี พ.ศ. 2548 -2550 “อ๊อฟ พงษ์พัฒน์” คนนี้แหล่ะที่ก้าวขึ้นเวทีของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยร่วมกับเพื่อนสนิทในวงการอย่าง “ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง” เพื่อกดดัน ให้ทักษิณ ชินวัตรลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง เคยได้รับเสียงชื่นชมจากผู้คนทั่วประเทศในงานประกาศผลและมอบรางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2553 หลังจากที่เขาก้าวขึ้นไปรับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากละครเรื่อง พระจันทร์สีรุ้ง ซึ่งพงษ์พัฒน์ได้รับบทพ่อ เขาจึงบอกว่าขอพูดอะไรเกี่ยวกับพ่อบนเวทีหลังจากที่รับรางวัลมาแล้ว

บนเวทีวันนั้นพงษ์พัฒน์พูดว่า “ พ่อเป็นเสาหลักของบ้านนะครับ บ้านของผมหลังใหญ่นะครับ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน ผมเกิดมานี่บ้านหลังนี้ก็สวยงามมากแล้ว สวยงามและอบอุ่น แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้ บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้ขึ้นมานะครับ จนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน และก็ดูแลความสุขของทุกๆ คนในบ้าน” “ถ้ามีใครสักคนโกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อ เกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกกับคนๆ นั้น ว่า ถ้าเกลียดพ่อไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ ...” ถึงตอนนี้พงษ์พัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ซึ่งเมื่อกล่าวถึงตรงนี้ บรรดาดารา นักแสดง และคนในวงการบันเทิงก็เริ่มปรบมือและโห่ร้องให้การสนับสนุน โดยที่ “นก” ฉัตรชัย เปล่งพานิช” ถึงกับซาบซึ้งจนหลั่งน้ำตากับคำกล่าวของพงษ์พัฒน์เลยทีเดียว

จากนั้นนักแสดงผู้ประกาศตนอย่างชัดเจนว่า รัก เทิดทูน และพร้อมจะปกป้องในหลวง ก็กล่าวย้ำอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงปรบมืออันกึกก้องว่า “เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ ... ผมรักในหลวงครับ ... และผมเชื่อว่า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ รักในหลวงเหมือนกัน พวกเราสีเดียวกันครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน” เหตุการณ์ในวันนั้นก่อให้เกิดกระแสชื่นชมในความจงรักภักดีของพงษ์พัฒน์เป็นอย่างมาก โดยคลิปที่เขาพูดในงานวันนั้นถูกนำไปตัดเผยแพร่ในยูทิวบ์หลายคลิป โดยคลิปที่มียอดคนเข้าไปดูมากที่สุดอยู่ที่ 456,000 เลยทีเดียว

ในขณะที่ฝั่งนักแสดงหญิงใจกล้าที่มาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชุมนุมอย่าง “ตุ๊ก ชนกวนันท์ รักชีพ” ที่ถึงแม้จะมีลูกเล็กๆ อยู่ด้วยกันถึงสองคนแต่ก็กล้าออกมาแสดงความรักชาติ ตุ๊กเป็นดาราอีกหนึ่งคนที่ติดตามเรื่องราวการเมืองมาโดยตลอดและมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณ ในครั้งนี้เธอมาร่วมชุมนุมในแถวหน้าโดยมีเพียงพลาสติกและหมวกธรรมดาสำหรับต่อสู้กับแก๊สน้ำตาเท่านั้น “จารุณี สุขสวัสดิ์” เดินทางมาร่วมสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมโดยนำเสบียงอาหารมาส่งให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยตัวเอง ในขณะที่ดารา นักแสดง และคนบันเทิงอีกจำนวนมากที่แม้จะไม่สะดวกมาร่วมชุมนุมที่ บช.น. แต่ก็ส่งกำลังใจและเลือกที่จะประกาศจุดยืนผ่านช่องทางสาธารณะของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น “เก๋ ชลดา เมฆราตรี” ที่โพสต์ภาพผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมที่ทหารกำลังอุ้มไปส่งโรงพยาบาลพร้อมทั้งเขียนข้อความ “ใครอยู่ในพื้นที่ดูแลตัวเองดีดีนะคะ” แล้วแท็กชื่อ “ตุ๊ก ชนกวนันท์” ในโพสต์นี้ด้วย

“จี๊ด แสงทอง เกตุอู่ทอง” ก็โพสต์ภาพการชุมนุมลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอ เช่นเดียวกับ “แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม” ที่โพสต์ภาพการชุมนุมที่ตัวเองไปร่วมในอินสตาแกรมเป็นระยะๆ ก่อนจะอัปเดทล่าสุดด้วยการไปสักรูปแผนที่ประเทศไทยเอาไว้ที่หน้าอกข้างขวา “นก สินจัย เปล่งพานิช” โพสต์วิธีการรักษาตัวเองหลังจากที่ถูกแก๊สน้ำตาเอาไว้ในอินสตาแกรมของเธอ และ “หญิง สุกัญญา ไรวินท์” ที่มาร่วมชุมนุมกับเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงด้วย รวมไปถึงคู่รักข้าวใหม่ปลามันหวานชื่นอย่างแตงโม ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์ และโตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ที่ขึ้นรถปราศรัยในช่วงที่กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล

ดูพลังการแสดงออกของคนบันเทิงในครั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าเข้มแข็งและชัดเจนมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา ก็หวังว่านี่จะเป็นสัญญาณที่ดีที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการเมืองไทยที่จะปลอดนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมืองสักที

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ผลชันสูตรชี้ "พอล วอล์คเกอร์" เสียชีวิตด้วยบาดแผลไฟไหม้

www.tips-fb.com
เอเอฟพี - ผลชันสูตรศพ "พอล วอล์คเกอร์" ชี้ว่านักแสดงหนุ่มจากหนัง Fast and Furious เสียชีวิตจากพิษบาดแผล และบาดแผลจากไฟไหม้ ซึ่งสื่อเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่ชี้ชัดว่า "วอล์คเกอร์" ไม่ได้เสียชีวิตทันทีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่สิ้นลมลงเพราะระเบิด และไฟที่ลุกท่วมขึ้นมาหลังจากนั้น



ผลการชันสูตรศพ พอล วอล์คเกอร์ เผยแพร่ออกมาเป็นที่เรียบร้อยในช่วงของวันพุธ (4 ธ.ค.) ที่ผ่านมา เป็นเวลาเดียวกับที่สตูดิโอผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง Fast and Furious ได้ประกาศพักการถ่ายทำหนังภาค 7 ออกไปแบบไม่มีกำหนด

โดยผลการชันสูตรเบื้องต้นได้ยืนยันว่า วอล์คเกอร์ ไม่ได้เป็นคนขับรถ Porsche Carrera GT สีแดงเอง แต่เป็น โรเจอร์ โรดาส เพื่อนสนิทของเขาที่เป็นคนขับรถด้วยความเร็ว ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นในวันเสาร์ ที่ซานตา แคลริต้า ซึ่งอยู่ที่ตอนเหนือของ ลอส แอนเจลิส

สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของ โรดาส เจ้าหน้าที่ชันสูตรให้ความเห็นว่าเขาสิ้นลมลงจาก "บาดแผลรุนแรงหลายจุด" ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของ พอล วอล์คเกอร์ เจ้าหน้าที่บอกว่าเกิดขึ้นจากพิษของบาดแผลจากอุบัติเหตุ และแผลไหม้จากความร้อน โดยเอกสารของเจ้าหน้าที่ชันสูตรที่มีความยาวประมาณ 1 หน้า ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ มากไปกว่านี้

อย่างไรก็ตามโฆษกของหน่วยงานชันสูตรศพยังขอปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงเรื่องที่ว่า สาเหตุการเสียชีวิตจาก "แผลไหม้จากความร้อน" นั้นเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า วอล์คเกอร์ อาจจะยังมีชีวิตอยู่หลังอุบัติเหตุเกิดขึ้น ก่อนจะสิ้นลมลงจากการถูกไฟคลอกในเวลาต่อมาหรือไม่

ซึ่งจากคลิปภาพที่กล้องวิดีโอในบริเวณเก็บภาพเอาไว้ได้ ก่อนทาง CNN จะได้มานำเสนอ ได้ชี้ให้เห็นว่าหลังเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว มีช่วงเวลาประมาณ 1 นาทีเลยทีเดียวกว่าที่รถจะเกิดไฟลุกไหม้ขึ้น ซึ่งสื่อเชื่อว่าแม้ผู้คนจากงานการกุศลในบริเวณใกล้เคียงกันที่ วอล์คเกอร์ มีส่วนร่วมด้วย จะรีบพยายามเข้ามาช่วยเหลือเขากับเพื่อนแล้ว แต่สุดท้ายก็มาช้าเกินไป จนไม่สามารถช่วยชีวิตของ วอล์คเกอร์ ออกมาจากรถได้ เพราะเมื่อทุกคนมาถึง รถก็เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น และเผาร่างของทั้งสองไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับผลพิษวิทยาคงต้องใช้เวลาประมาณ 6 - 8 สัปดาห์จึงจะสามารถสรุปออกมาได้ อย่างไรก็ตามสำนักงานชันสูตรศพลอสแอนเจลิสได้ชี้ชัดแล้วว่า การเสียชีวิตของ วอล์คเกอร์ และเพื่อนเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุอย่างแน่นอน

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สื่อฮ่องกงตีข่าว “ปอย ตรีชฎา” ทิ้งแฟนมาคบ “กู่เทียนเล่อ”

www.tips-fb.com
เรียกได้ว่ายังคงเป็นที่จับตามองของสื่อฮ่องกงมากทีเดียวสำหรับ “ปอย ตรีชฎา” สาวประเภทสองที่โกอินเตอร์ไปแสดงหนังประกบนักแสดงแถวหน้าของฮ่องกง โดยล่าสุดสื่อที่นั่นพร้อมใจรายงานว่า “ปอย” เลิกกับ “เอ็ม พีร์ระพงษ์ เคารพไทย” เพราะ “กู่เทียนเล่อ” ตามจีบ

สื่อฮ่องกงตีข่าว “ปอย ตรีชฎา” ทิ้งแฟนมาคบ “กู่เทียนเล่อ”

สื่อฮ่องกงได้พากันรายงานว่ามีข่าวลือว่า ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ นักแสดงสาวประเภทสองชื่อดังของไทย พบรักกับหนุ่ม กู่เทียนเล่อ ขณะกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ The White Storm จนเป็นเหตุให้เจ้าตัวทิ้งแฟนหนุ่มที่คบหากันมานานอย่าง เอ็ม พีร์ระพงษ์ เคารพไทย ไป เพื่อไปคบหากับนักแสดงชื่อดังของฮ่องกง

โดยข่าวลือการคบหากันของทั้งคู่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนที่แล้ว โดยสื่อฮ่องกงรายงานว่าทั้งคู่มีการหยอกล้อกัน และต่างมีใจให้กันจนเป็นเหตุให้ปอย ตรีชฎา ต้องเลิกรากับแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบ 5 ปีไป ซึ่งปอย ตรีชฎา ก็เคยได้ออกมาให้สัมภาษณ์ปฏิเสธต่อสื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ไม่มีเรื่องของมือที่สาม โดยระบุว่า

“เลิกกันแล้วค่ะ จริงๆ เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมือนกันของคนสองคนมันก็แค่นี้ ไม่ใช่ว่าคุณเอ็มไม่ดีนะคะ เขาเป็นคนดีมากๆ ใครได้เขาเป็นแฟนก็ถือว่าเป็นคนที่โชคดี”

“เราก็คบกันมานานแล้ว เกือบ 5 ปี จริงๆ เราห่างกันมาประมาณเกือบ 2 เดือน แต่ใช้คำว่าเลิกจริงๆ น่าจะประมาณวันก่อน ไม่ได้ยื้อนะคะ ตอนแรกเราคุยกัน ว่าเราห่างกันดีไหม พอเราห่างกันมันโอเคขึ้นสำหรับเราทั้งสองคน ก็เลยคุยกันเหมือนเป็นทางการว่าเลิกกันดีกว่าถ้าอย่างนั้น ไม่มีมือที่ 3 (เห็นว่ามีหนุ่มใหม่ดามใจแล้ว?) ไม่มีค่ะ”

พร้อมกันนั้นยังปฏิเสธถึงข่าวลือที่มีหนุ่มฮ่องกงตามจีบด้วย “ปอยไม่อยากคิดไปเองนะคะ ถ้าเขาจะจีบจริงๆ อาจจะปฏิเสธ เขาเอ็นดูปอยเหมือนน้องมากกว่าค่ะ ปอยว่าเขาคงไม่ได้มาจีบ ไม่อยากให้เข้าใจกันผิด ปอยเองงานเยอะด้วย แล้วปอยก็ทำธุรกิจเลยไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่”

สื่อฮ่องกงรายงานถึงชีวิตรักของ ปอย ตรีชฎา กับอดีตแฟนหนุ่มด้วยว่า คบหากันมานานเกือบ 5 ปี และต่างคบกันอย่างเปิดเผยแสดงความรักต่อกันทั้งต่อสาธารณะและในสื่อออนไลน์ โดยครั้งหนึ่งปอย ตรีชฎาเคยกล่าวถึงอดีตแฟนหนุ่มว่าเป็นคู่รักที่เธอจะใช้ชีวิตแต่งงานด้วย โดยเคยวางแผนจะแต่งงานกันหลังจากที่ปอย อายุขึ้นเลขสามไปแล้ว

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“ผิง” แรง บอกเรื่อง “แพง” เป็นเด็กเสี่ยคนรู้นานแล้ว!

www.tips-fb.com
“ผิง” งง “พลอย” ให้สัมภาษณ์เอ็นดูไฮโซ “ลูกนัท” ก็เลยแท็กรูป “แพง” และข้อความมาก่อกวนจนทำให้มีเรื่องกัน บอกเคยเจอกันครั้งเดียวไปสนิทกันตอนไหน แรงกลับบอกเรื่องแพงเป็นเด็กเสี่ยคนรู้มานานหลายปีแล้ว พร้อมแขวะถ้าไม่ใช่เด็กเสี่ยก็อย่าร้อนตัว

“ผิง” แรง บอกเรื่อง “แพง” เป็นเด็กเสี่ยคนรู้นานแล้ว!

ยังไม่จบจากกรณีที่นางเอกสาว “พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ลงรูป “แพง ขวัญข้าว เศวตวิมล” แล้วแท็กไปหาไฮโซ “ลูกนัท ธนัท ธนากิจอำนวย” อดีตแฟนของแพง แล้วโพสต์ว่า “สวยไหม” ทำเอา “ผิง พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์” แฟนคนปัจจุบันของ “ลูกนัท” เกิดอาการไม่พอใจ เข้ามาคอมเมนต์ตอกกลับและแท็กไปหา “ลูกนัท” กับ “พลอย” และ “แพง” ว่า “ไม่สวยจะเป็นเด็กเสี่ยได้เหรอเนอะ 555555 จริงมะ” เรียกว่าตอกกลับแรงจนอีกฝ่ายจุกถึงไส้เลยทีเดียว ซึ่งเรื่องนี้ “พลอย” ได้ออกมาเคลียร์ไปแล้วว่าที่ทำไปก็แค่แซวเล่นเพราะเอ็นดูไฮโซหนุ่ม

แต่ศึกนี้ยังไม่จบ เมื่อล่าสุด “ผิง” ได้ออกมาเปิดใจในรายการ “คนดัง นั่งเคลียร์” ทางช่องสตาร์แม็กซ์ อีกรอบชนิดแสบถึงทรวงเช่นเดียวกัน

“ต้องบอกว่านอนอยู่ดีๆ ลูกนัทก็โทร.มาปลุกเราตอนประมาณตี 2 แล้วก็ถามเราว่าเธอสนิทกับดารา พ.เหรอ ทำไมเขาถึงแท็กรูปมาให้เรา เราก็บอกว่ารู้จักกันแล้วก็ฟอลโลว์ไอจีของเขา เพราะว่าเขาสวยเป็นดาราที่เราชื่นชอบ แต่เราก็งงว่าทำไมเขาถึงเอารูปแฟนเก่านัทลง และแท็กมาหาเราและนัท แต่จริงๆ นัทก็เคยบอกเราว่าไม่เคยใช้คำว่าแฟนกับผู้หญิงคนนั้น แต่เราก็ไม่รับรู้เพราะเราก็ไม่ได้แคร์”

“หลังจากนั้นเราก็เลยเขียนกลับไปว่า ไม่สวยจะเป็นเด็กเสี่ยได้เหรอ แต่ว่าเราก็ใช้คำสุภาพ แต่ดันมีน้องสาวของแฟนเก่านัทเขียนคำไม่สุภาพ ด่าเป็นชุดเขียนแล้วเขียนอีก ผิงคิดว่าที่น้องสาวเขาออกตัวแรงเป็นเพราะผิงคอมเมนต์ไปแบบนั้น แล้วเขาก็คงตกใจกลัวโดนแฉไปมากกว่านี้ ตัวเองก็เลยเงียบให้น้องสาวออกตัวแทน”

คาดฝ่ายตรงข้ามแท็กรูปมาเพื่อกวนประสาท
“ต้องบอกตามตรงว่าหงุดหงิด เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ โดนโทร.จิกตอนตี 2 กับเรื่องแค่นี้ก็หงุดหงิดพอสมควรเพราะเรานอนแล้ว แล้วแท็กมาแบบนี้ใครจะไม่หงุดหงิด พอเราเขาไปดูไอจีของเขาก็เห็นว่าผู้หญิง 2 คนนั้นเขาอยู่ด้วยกันที่เกาหลี ก็คิดว่าเขาคงคุยกันแล้วส่งรูปมาแหย่ กวนประสาทเราประมานนั้น แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ แต่สมมุติว่าดาราคนนั้นถูกทำแบบนี้บ้างจะรู้สึกยังไง คือต้องเอาใจเขาใส่ใจเรานิดนึงเป็นใครๆ ก็ต้องโกรธ แต่ว่าตอนนี้เราก็ไม่ได้โกรธแล้วนะ เพราะว่าเห็นดาราเขาออกมาตอบคำถามกับสื่อว่า ไม่มีอะไรค่ะ ไม่ได้คิดมากอะไรเลย ก็เอ็นดูน้องลูกนัทก็เลยส่งไปแหย่เล่นเฉยๆ”

ส่วนกรณีที่คอมเมนต์ตอกกลับว่า “ไม่สวยจะเป็นเด็กเสี่ยได้เหรอ” เจ้าตัว บอกถ้าไม่จริงอย่าร้อนตัว
“คือมันก็เป็นเรื่องที่คนเขารู้มาหลายปี แต่ถ้าคนจะมองในแง่ลบก็คงนานแล้ว ไม่ใช่แค่ตอนนี้ ถ้าเกิดไม่มีก็ไม่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนสิคะ ก็ถือว่าผิงว่าคนอื่นเพราะผิงไม่ได้เจาะจงนะว่าชื่อนี้ ถ้าไม่จริงก็อย่าร้อนตัว ส่วนน้องสาวก็อย่าเป็นเดือดเป็นร้อน เหมือนกับดาราที่เขาบอกว่าไอจีของเขาเป็นพื้นที่ส่วนตัวเขาจะทำอะไรหรือแท็กใครหรือเขียนหาใครก็ได้ คือมันตลกอ่ะ (หัวเราะ) ยอมรับนะถ้าวันนั้นเราไม่ตอบกลับไปก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ คือวันนั้นเราตอบไปด้วยความโมโห (เหมือนยืนยันว่าเขาเป็นเด็กเสี่ย?) อย่ามาให้ทะเลาะกันอีกเลย ก็ให้มันจบๆ เถอะค่ะ (ยิ้ม)”

เผยตั้งแต่เกิดเรื่องไม่คิดโทร.เคลียร์กับนางเอกสาว บอกคุยไปคงไม่รู้เรื่อง
“ไม่จำเป็นค่ะเพราะด้วยคำตอบที่เขาตอบสื่อ ก็คิดว่าคุยไปก็คงไม่รู้เรื่อง จริงๆ มันก็จบ เราก็แค่ขำวิธีที่เขาตอบ คือไม่ใช่ผิงคนเดียวที่ขำนะ แต่มันขำกันทั้งบ้านทั้งเมือง คือเหมือนเห็นคอมเมนต์ของประชาชนที่อ่านข่าวเขาเขียนว่าประชาชนไม่ได้โง่นะ และเราก็ได้ดูที่เขาสัมภาษณ์คือเพื่อนส่งลิงก์มาให้ดู ที่เขาบอกว่าสนิทกันก็เลยหมั่นเขี้ยวประมาณแบบนี้ ก็เลยแท็กไปไม่มีอะไรสนิทกัน แต่เราเคยเจอครั้งเดียวก็เลยงงๆ ว่าไปสนิทตอนไหน”

ทั้งนี้เจ้าตัวยังมั่นใจเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดจากแฟนหนุ่ม
“เขาก็เขียนกลับให้นะคะ เพราะด้วยความที่ผิงโมโหก็เลยเหวี่ยงเขา ว่าถ้าฉันไม่คบกับเธอก็คงไม่เจอเรื่องราวแบบนี้ เขาก็เลยเหมือนส่งว่าเป็นกำลังใจให้ เป็นภาษาอังกฤษส่งกลับไปประมาณว่า รักและขอโทษไม่อยากให้เราเสียใจมาก พออีกวันเราก็พูดกับนัทว่าถ้าเธอไม่ปลุกฉันตอนนั้น เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นเลย จะไม่เหวี่ยงไม่หงุดหงิดที่โดนปลุกกลางดึก เราก็บอกว่าทำไมไม่โทร.มาเล่าให้ฟังตอนเช้า เราคิดว่าเรื่องนี้นัทไม่ได้เป็นคนเริ่มหรือทำอะไรแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ตกใจขนาดโทร.มาหาตอนตี 2 เพราะจริงๆ ถ้านัทเขาเงียบไปผิงก็จะไม่รู้เรื่อง”

ส่วนความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม เผยปัจจุบันห่างกันแล้ว เพราะฝ่ายชายมีนิสัยขี้โมโห ยันไม่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านมา
“กับนัทเราก็เพิ่งคบกันได้ 2 เดือนกว่าเอง แต่ตอนนี้ก็เริ่มห่างๆ กันประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นะคะ แต่เป็นเพราะนิสัยขี้โมโหของเขา เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน อย่างเวลาเขาเจออะไรที่ไม่ถูกใจ ซึ่งเป็นอะไรที่ผิงรับไม่ได้ เพราะผิงไม่ชอบที่เขาทำแบบนี้ อย่างบางทีผิงอยู่ในสถานการณ์ผิงก็จะรู้สึกเสียหน้าไปด้วย บอกตามตรงเลยว่าอาย”

“ไอ้เรื่องอารมณ์ร้อนแหละค่ะที่ทำให้เราคิดแบบนี้ สาเหตุที่เราไม่ชอบเพราะแฟนเก่าที่เลิกกัน ส่วนใหญ่ก็เพราะเหตุผลนี้ จะให้กลับไปเจออีกก็ไม่เอา (แล้วเขาเคยโมโหทำร้ายร่างกายเราไหม?) ไม่เลยค่ะ ไม่มีเลย เพราะส่วนใหญ่เราก็จะทะเลาะกันจุกจิกเรื่องเล็กๆ”

“แต่เราก็ยังโทร.หากันอยู่ โทร.หาทุกวัน เราก็บอกเขานะว่าเราไม่ชอบอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าจะพยายามปรับตัว แต่เราก็บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะว่ามันเป็นเรื่องนิสัย แต่ยังไงเราก็ขอคิดดูก่อนสักพักนึงแล้วกัน ถามว่าผู้ชายแบบไหนที่จะอยู่กับเราได้ มันก็ตอบยาก คือมันก็ต้องไปในทิศทางเดียวกันเรื่องเราก็ไม่ได้ต้องการให้ใครทนเรา แต่ต้องชอบอะไรเหมือนกัน อย่างผิงจะชอบปาร์ตีเจอเพื่อน แต่นัทเขาจะไม่เอาเลย มันก็อาจเป็นเหตุผลหลักนะที่เราอาจไปกันไม่รอด แต่ว่าอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกันนะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“อาร์ต” แฉเอง คลิปเสียง “ฝน” ยุ่งกับแฟนชาวบ้านเป็นของจริง

www.tips-fb.com
เป็นอันงงเมื่อจู่ๆ “อาร์ต พศุฒน์” ก็ออกมายอมรับว่า คลิปเสียงที่ “น้ำฝน พัชรินทร์” ไปยุ่งกับแฟนชาวบ้านเป็นของจริง ทั้งๆ ที่ฝนยังไม่ได้ออกมาพูดอะไรด้วยซ้ำ พร้อมเผยความสัมพันธ์ตอนนี้ถอยมาคนละก้าว

“อาร์ต” แฉเอง คลิปเสียง “ฝน” ยุ่งกับแฟนชาวบ้านเป็นของจริง

หลังจากที่มีข่าวว่า “อาร์ต พศุฒน์ บานแย้ม” ทะเลาะกับ “น้ำฝน พัชรินทร์ จัดกระบวนพล” แฟนสาวเพราะไม่พอใจที่ฝ่ายหญิงตามเช็คโทรศัพท์ จนเป็นสาเหตุให้ทั้งคู่เลิกรากันแล้ว แต่ล่าสุดกลับมีคลิปเสียงซึ่งคล้ายเสียงของน้ำฝนระบาดไปทั่ว ซึ่งเป็นคลิปการสนทนาระหว่างฝนกับผู้หญิงคนหนึ่ง โดยฝนขอโทษที่ทำผิดไปแล้วและยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งกับแฟนผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว แต่ก็ยังโดนคู่กรณีต่อว่าดังนี้

“ฝนขอโทษด้วยนะคะในสิ่งที่ทำลงไป คือฝนผิดเอง ฝนยอมรับในสิ่งที่ฝนผิดน่ะค่ะ แล้วก็เออ...ก็ขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปน่ะค่ะ แล้วก็จะบอกว่าเลิกยุ่งแล้วแน่นอนนะคะไม่มีอะไรแล้วแน่นอน คือตอนนั้นมันเป็นแค่มันเกิดขึ้นได้ไงไม่รู้ ฝนขอโทษจริงๆ”

“โอะ..ทำไมพูดเป็นเรื่องตลกเลยเนอะ เหมือนขอโทษแล้วมันหาย คือตัวเองก็มีแฟนไม่ใช่เหรอก็น่าจะรู้ว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง ทำไมถึงทำ”

งานนี้ฝนยังไม่ทันจะได้ตอบคำถาม อาร์ตก็ได้มาร่วมงาน The Rink x'mas on ice at centralworld และดันมาตอบยืนยันซะเองว่าคลิปดังกล่าวเป็นของฝนจริง และขอให้ฝนออกมาตอบคำถามเหล่านี้เอง

“คือเรื่องนี้ผมรู้มานานแล้วนะผมขออนุญาตไม่ตอบเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวไม่กี่วันน้องเขาจะมาออกสื่อให้น้องเขาตอบเองดีกว่านะครับ ผมไม่อยากตอบเรื่องนี้ผมรู้เรื่องนี้อยู่แล้วครับ ผมได้ฟังแล้วแต่ยังฟังไม่หมดครับเพราะผมไม่อยากรู้ ถามว่าเป็นเสียงน้ำฝนหรือเปล่า ก็รู้อยู่แล้วครับว่าเป็นเสียงน้องเขาก็มาพูดให้เราฟังแล้ว รอให้น้องมาตอบเองดีกว่าเรื่องนี้นะครับ(คลิปเสียงกระทบความรู้สึกไหม) สำหรับผมเหรอครับขอไปฟังเต็มๆ แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาให้สัมภาษณ์เลยดีกว่า”

“สำหรับข่าวเลิกกับน้ำฝนตอนนี้ก็มีพ่อแง่แม่งอนกันบ้างนะครับ แต่ถ้าถามว่า ไม่ได้เลิกกันอย่างที่เป็นข่าวใช่ไหม ก็อาจจะมีบางคนเข้าใจผมว่าผมงอนเรื่องโทรศัพท์ แต่จริงๆ มันไม่ใช่แต่มันเป็นเรื่องที่แบบว่าเขาถึงไหนทำไมไม่โทรบอกสักที ถึงไหนไม่โทรมาบอกทำอะไรไม่โทรมาบอกประมาณนี้มากกว่า ง้อไหมก็ไม่ได้ง้อนะครับ แต่ว่าก็ยังคุยกันอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนตัดสินใจจะห่างแล้วมาปรับจูนกันใหม่ เรื่องแบบนี้มันตบมือข้างเดียวไม่ดังอยู่แล้วครับ ก็ต้องตกลงกันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วครับ (แต่ถอยจากคำว่าแฟนออกมาก่อน) นิดหนึ่งๆ ครับก็ยังเป็นคนรักกันอยู่เหมือนเดิมครับ”

“ตอนนี้ก็ยังคุยกันครับ เหมือนว่าตอนนี้เราถอยกันคนละก้าวมากกว่าเพื่อพยายามไปปรับตัวได้ไหม คือมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบมากที่ไม่ใช้คำว่าแฟนเหมือนเดิมเพราะว่าผมอยากจะใช้แฟนจริงๆ ก็คือต่างคนต่างปรับนิสัย อย่างผมผมจะชอบขี่มอเตอร์ไซค์และผมจะชอบไปหลายๆ วัน เขาก็อาจจะไม่ชอบบ้าง แต่อย่างเขาก็จะเป็นเรื่องไปถึงไหนทำอะไรโทรไปไม่รับโทรมาหาถึงไหนไม่รับมากกว่า”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“ปุ๊กลุก” เขิน “แจ็ค AF4” ลงทุนร้องเพลงอัดเป็น VDO ส่งมาให้

www.tips-fb.com
“ปุ๊กลุก” บอกไม่ได้คุย “แจ็ค AF4” เลยเพราะเกร็งตั้งแต่มีข่าว รับฝ่ายชายเคยลงทุนร้องเพลงอัดเป็น VDO ส่งมาให้ แต่ไม่รู้จีบหรือเปล่า ก่อนเผยสเปกชอบผู้ชายสะอาด

“ปุ๊กลุก” เขิน “แจ็ค AF4” ลงทุนร้องเพลงอัดเป็น VDO ส่งมาให้

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า “แจ็ค เมธัส ตรีรัตนวารีสิน” หรือ “แจ็ค AF4” กำลังตามจีบ “ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” อยู่ หลังฝ่ายชายแสดงความเป็นห่วงเป็นใย แถมยังเคยมาหยอดหวานในอินสตาแกรมของปุ๊กลุก บอกให้ดูแลสุขภาพดูห่วงใยสาวปุ๊กลุกจนหลายคนจับตามอง ซึ่งพอมีข่าวออกมานางเอกสาวกลับบอกว่าไม่ได้คุยกันเลยเพราะตนเกร็ง

“ก็ไม่ได้คุยกันเลยค่ะ ส่วนไลน์ปกติถ้าไม่ได้ทักมา หนูก็จะไม่ได้ตอบอะไรอยู่แล้ว ถามว่าเพราะมีข่าวหรือเปล่าทำให้หนูเกร็งๆ ก็มีส่วนนะคะ แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนสำหรับพี่เขาหรือเปล่า”

รับฝ่ายชายเคยร้องเพลงให้ฟังผ่าน VDO แต่ไม่รู้จีบหรือเปล่า
“มีร้องเพลงส่งมาเป็น VDO ค่ะ ก็รู้สึกเขินค่ะ คือมันเป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึก แต่จีบหรือเปล่าต้องไปถามพี่แจ็ค แต่ว่าเพลงอะไรหนูก็จำไม่ได้ ถามว่าชอบไหม คือ พี่แจ็ค เป็น AF อยู่แล้ว ยังไงก็ร้องเพลงเพราะ ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล”

ยันยังเป็นแค่พี่น้องกัน
“ที่ไม่ได้บอกสถานะ ไม่ใช่เพราะกลัวค่ะ เพราะจริงๆ เป็นคนระมัดระวังตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แต่ละคนก็ต้องใช้เวลา ถามว่าปิดตัวเองไหม เท่าที่รู้คือไม่ได้ปิดนะ แต่คนก็ชอบถามว่าหรือไม่รู้ตัวว่าปิดกั้น แต่ว่า ณ วันนี้ยังเป็นพี่ชายที่น่ารัก ทุกอย่างก็ถือว่าเป็นสิ่งดีๆ ที่พี่ชายทำให้น้อง แต่ก็ยังไม่มีอะไร ยังไม่ได้ไปไหนกันค่ะ ก็ต้องให้คนช่วยแสกนกันต่อไป ต้องช่วยกันดูด้วยว่าเจ้าชู้หรือเปล่า”

เผยสเปกชอบผู้ชายสะอาด
“จริงๆ หนูชอบผู้ชายสะอาดสะอ้านนะ มองสบายตา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ระยะเวลาด้วย ไม่ใช่แค่สะอาดอย่างเดียวก็เป็นแฟนกันได้”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

จากใจ “เปิ้ล จารุณี” : ไม่มียุคไหนที่ดี-เลวจะชัดเท่านี้อีกแล้ว?

www.tips-fb.com
เปิดใจนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ “เปิ้ล จารุณี” ลั่นบ้านเมืองถึงจุดที่จะต้องเลือกแล้วระหว่างความดีกับความเลว บอกไม่เคยมียุคไหนที่ดี-ชั่วจะชัดเจนเท่านี้ ยันไม่กลัวผลกระทบที่จะตามมา ถามจะอยู่กันอย่างไรถ้าปล่อยให้คนเลวมีอำนาจ
จากใจ “เปิ้ล จารุณี” : ไม่มียุคไหนที่ดี-เลวจะชัดเท่านี้อีกแล้ว?

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากฝีมือคนหนึ่งที่อยู่ในวงการมาได้อย่างยาวนานในส่วนของอดีตกนางเอกคนดัง “เปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์”

โดยล่าสุดนักแสดงเจ้าของฉายา “ราชินีจอเงิน” ก็ได้ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองร่วมกับกลุ่ม “คปท.” บริเวณย่านแยกอุรุพงษ์ กระทั่งกลายเป็นที่ฮือฮาขึ้นมา และจากนี้ไปคือความในใจของผู้หญิงคนนี้ที่มีต่อสถานการณ์บ้านเมืองของเรา ณ ห้วงเวลานี้

“เรารู้สึกว่าบ้านเมืองของเราถึงจุดที่จะต้องเลือกแล้วว่าคุณจะอยู่ฝั่งดีหรือฝั่งเลว มันเห็นชัด มันเห็นชัดๆ อยู่แล้ววันนี้ แต่ถ้าคุณยังคงหลับตาอยู่คุณจะไม่เห็นอะไร ถ้าคุณยังหลับตาอยู่ก็จะถูกต้อนไปเรื่อยๆ อยู่อย่างนี้ เราลืมตาขึ้นมาเผชิญทุกสิ่งทุกอย่าง เราลืมตาเลือกในสิ่งซึ่งเราสบายใจเพราะเราเติบโตมาในวัฒนธรรมที่ดีที่เราสามารถอยู่ร่วมกันได้ นี่คือประเทศไทยของเรา”

“แต่กลับอีกฟากนึงสิ มันไม่ใช่ มันดูโหดร้าย ดูรุกราน ดูทำลาย ในเมื่อเราลืมตามาเห็นแล้ว แล้วเราก็ลุกขึ้นมาเลือกแล้วก็อย่าว่าเราเลย เราก็อยากจะหาความจริง แล้ววันนี้เราก็เลือกข้างแล้ว ถ้าใครจะไม่เห็นด้วยถามว่าเขาเลือกอะไรล่ะ ถ้าเขามองว่าอีกทางนึงมันมีประโยชน์สำหรับเขาเราก็ไม่รู้จะไปว่าเขายังไง กับธุรกิจของเราซึ่งเราทำอยู่ถ้าวันนึงมีคนมายืนชี้หน้า ว่าคุณทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณไปขึ้นเวทีอุรุพงษ์ให้ข่าวอย่างนี้ฉันจะไม่จ้างคุณทำงาน ฉันจะไม่ซื้อของคุณ เราก็เจียมตัวค่ะ ก็บอกเขาไปว่าไม่เป็นไร เพราะเราอยู่อย่างนี้เราสบายใจมากกว่า และเรามีความสุขมากกว่าที่เราได้ทำอะไรที่เราสบายใจ”

หลังจากขึ้นเวทีไปแล้วมีผลกระทบอะไรบ้างไหม?
“มีค่ะ แต่บังเอิญว่าเราเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่แล้วอาจจะไม่มีการเรียกมาคุยชัดเจนนักสำหรับกองละคร แต่ก็มีเตือน มีบอก แล้วบางคนที่ติดต่อกันอยู่ก็หายไปเลยก็มี ละครใครจะตัดพี่ก็ตัดไป เพราะที่มาใหม่ก็ยังมี จริงๆ ที่ตัดออกไปก็มีเข้ามาอีกตั้ง 3 เรื่อง ซึ่งปกติพี่มีละครปีละเครื่องเอง แต่ถึงจะไม่มีก็ไม่เป็นไร เราไม่สนใจเพราะเราก็ทำธุรกิจสุขภาพอยู่ คุณจะมาบอกว่าเขาเป็นเสื้อแดงแล้วเขาจะไม่ซื้อของเรา ไม่เป็นไร”

“เราก็ไม่รู้จะว่ายังไง เราเองไม่มีสี นั่นคือสิ่งที่คุณคิดจากตัวคุณเองมากกว่า แล้วคุณก็ต้องกลับไปคิดว่าสิ่งที่คุณบัญญัติว่าคุณเป็นเสื้อแดงของคุณว่ามันคืออะไร เราแค่เพียงคิดว่าเอ๊ะ บ้านเมืองที่เราเคยอยู่สงบร่มเย็นมีอะไรแปลกไป ดูมีเรื่องราวที่ชัดเจนมากขึ้น สำหรับการแบ่งคนเป็น 2 ฝั่งแล้วทีนี้ก็แล้วแต่คุณแล้ว ที่มาไม่พอใจเราคุณไม่พอใจเราเรื่องอะไร ถ้าคุณจะจัดตัวเองว่าเป็นสีนั่นสีนี้แล้วคุณเลิกคบเรา มาไล่เราออกไปเราก็ไม่รู้จะทำยังไงกับคุณ”

“เราเป็นคนนึงที่เป็นคนไทยที่วันนี้เราเองก็เลือกข้างแล้วว่าเรารักในหลวง เราเลือกบ้านเมืองที่สงบสุข เราเลือกที่จะเป็นคนดี เราไม่เลือกในสิ่งซึ่งจะมีสักนิดนึงที่ทำลายบ้านเมือง เรามองว่าช่วงนี้มันเป็นโอกาสที่คนไทยได้เห็นอะไรกันชัดเจนนะว่า เมื่อก่อนไม่เคยมีใครมาแบ่งดีแบ่งเลวกันชัดๆ อย่างนี้”

ส่วนกรณีกับที่มีบางฝ่ายบางพวกบอกว่าจะลิสต์รายชื่อบรรดาคนบันเทิงที่อยู่ตรงกันข้ามแล้วตามเช็กบิลทีหลังนั้น นักแสดงมากฝีมือบอกถ้ามีจริงๆ ตนเองโดนจดชื่อไปนานแล้ว...“พี่เองคงโดนจดไปนานแล้วแหละ เพราะพี่เองก็อยู่ข้างเวทีอุรุพงษ์มาก็นานแล้ว พี่ไปพี่ไปในฐานะประชาชนคนไทย ไม่ได้ไปในฐานะนักแสดงแล้วเอาความเป็นนักแสดงมาทำอะไรเลย”

“เราแค่อยากเห็นบรรยากาศบ้านเมืองเราเก่าๆ ที่อยู่กันอย่างสงบสุข เมื่อก่อนอาจจะมีความขัดแย้งกันบ้างในเรื่องของการทำมาหากิน ซึ่งเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น มันก็เป็นไปตามกลไกของระบบสังคมไม่ใช่ทาสเหมือนปัจจุบัน ปัจจุบันเป็นทาส น่ากลัวนะ แต่ถ้าจะถามว่าจะมีวิถีทางแก้ไขยังไงบ้าง เราตัวเล็กๆ เราไม่รู้ เราเพียงแต่รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองนี้ในช่วงระยะเวลา 10 ปีเป็นต้นมา เพราะมันมีระบบแทรกแซงและกลืน ถ้าพูดถึงระบอบการปกครองพี่ว่าปลอมนะคะประชาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยจริงๆ”

เจ้าตัวยอมรับบางเรื่องบางประเด็นตนอาจจะไม่รู้ในรายละเอียด แต่สิ่งที่เห็นกันชัดเจนในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมาก็คือการที่คนเห็นแก่ตัวบางคนกำลังทำทุกอย่างเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเอง
“ในเรื่องกฎหมายอย่างเพิ่งให้พี่พูดเลยจริงๆ เราไม่รู้รายละเอียดเบื้องลึก เราเข้าใจฐานะของประชาชนเฉยๆ ว่าถ้าสมมติว่าคุณขายประเทศได้ คุณพอใจหรือ...คุณพอใจหรือ ประเทศไทยคือประเทศไทย ไม่ใช่บริษัทของคุณ ถ้าสมมติคุณขายประเทศได้เพราะคุณปรับกฎหมาย จะทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้ ฉันไม่ต้องแจกแจงว่าทำไม เดี๋ยวฉันจะทำใบเสร็จมาบอกคนนั้นคนนี้ว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็หมดไงประเทศ เหมือนกับที่เงินมันหมดๆ ไปแล้วไม่รู้กี่ก้อนต่อกี่ก้อน”

“เหมือนที่พ่อหลวงเคยบอกว่าอย่าให้คนเลวมีอำนาจ มันจะล่มสลายหมด เราต้องยิ่งรวมตัวกันให้ได้เยอะๆ แล้วล้างมันออกไป แต่เราเองก็ไม่มีอำนาจอะไร เรามีแต่ความรู้สึก เราไม่ได้ฟังมาเฉยๆ แล้วมาพูด เรารู้สึกสงสัยแปลกใจมาเป็น 10 ปี เราติดตามดู แต่เราไม่ค่อยมีสื่อที่ทำให้เราได้รู้เห็นเรื่องจริงเลย เปรียบเทียบหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา รุ่งเช้ารายการข่าวนิยมทั้งหลายแหล่มันไม่เสนอเลย นั่นพูดไปไหนอ่ะ บางเรื่องเราก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เรารู้ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าเขาถูกแทรกแซงหมดแล้ว...”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

“นุ้ย สุจิรา” เล็งเซ็นสัญญาสมรสแทนจดทะเบียน เหตุทำธุรกิจทั้งคู่

www.tips-fb.com
“นุ้ย” ปลื้มครอบครัว “ปอนด์” เอ็นดูทุ่มสินสอดแต่ง 100 ล้าน เล็งไม่จดทะเบียนสมรส แต่จะเซ็นสัญญาสมรสแทนเพราะต่างคนต่างทำธุรกิจ บอกสามีก็คิดเหมือนกัน



เพิ่งจะผ่านพิธีฉลองมงคลสมรสไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับพิธีกรสาวสวย “นุ้ย สุจิรา อรุณพิพัฒน์” กับงานวิวาห์สุดอลังการ แถมฝ่ายแฟนหนุ่ม “ปอนด์ ชยพล หลีระพันธ์” ทุ่มสินสอดกว่า 100 ล้านมาสู่ขอ งานนี้สาวนุ้ยก็เลยได้ฉายาเป็นเจ้าสาวร้อยล้านไปโดยปริยาย ล่าสุดเจ้าสาวป้ายแดงเผยถึงชีวิตหลังแต่งงานให้ฟังว่าต้องปรับตัวเยอะ แถมแซวสามีกรนเสียงดัง

“หลังวันงานก็ได้พักแล้วหนึ่งวัน หลังตื่นมาประกอบร่างเสร็จก็ไปดูแลเพื่อนปอนด์ที่มาจากเมืองนอก พาไปชอปปิ้ง เพราะเรารู้อีกวันเราต้องทำงาน คืนแรกต่างคนต่างนอน หันหน้าคนละฝั่ง เชื่อว่าหลายๆ คู่เป็น มันเหนื่อย ต่างคนต่างดูแลตัวเอง เหมือนคนเข้าค่ายกับเพื่อน ตื่นมาค่อยบอกไปไหนกัน ตื่นมาก็ตกใจก็เป็นเนินสูงๆ นอนอยู่ข้างๆ นะ (หัวเราะ) กรนเสียงดังเหมือนกันนะคะ วันรุ่งขึ้นไปร้านขายยาซื้อที่อุดหูเลย ต้องปรับตัวเยอะ ปอนด์ขี้ร้อน เราขี้หนาว ตื่นมาเขาเหงื่อชุ่มตัวเพราะเราไปปรับแอร์ แต่ก็ต้องปรับตัวกันไป ก็ตื่นเช้ามา ปอนด์ทำให้กินค่ะ โชคดีที่เขาเป็นเชฟไง”

ส่วนกับฉายาเจ้าสาวร้อยล้าน เจ้าตัวบอกเป็นความเมตตาของพ่อแม่สามี
“มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ทุกอย่างเราไม่ตั้งใจเรียกร้องอะไร ทางผู้ใหญ่นุ้ยเองแล้วแต่ความเหมาะสม ความเมตตาของคุณพ่อคุณแม่ปอนด์ แล้วเราก็ได้รับความเมตตาอย่างมากเลยจริงๆ กับทางครอบครัวปอนด์ ในวันนั้นทุกคนน่ารักกับนุ้ยมากตั้งแต่รดน้ำสังข์ทุกคนก็ต้อนรับเราเข้าครอบครัว เราก็ปลื้มใจ ปลื้มยิ่งกว่าสิ่งของอะไรที่เราได้มาอีกค่ะ”

แพลนจะไม่จดทะเบียนสมรส แต่จะเลือกจดเป็นสัญญาสมรสแทนเพราะต่างคนต่างทำธุรกิจ
“ตอนนี้ยังไม่จดค่ะ นุ้ยไม่ซีเรียส เพราะต่างคนต่างทำธุรกิจ เลยรู้สึกว่าเรามีความรับผิดชอบส่วนตัวแยกกันไปตรงนี้เลยไม่ซีเรียสอะไรค่ะ ยังใช้นามสกุลเดิม เพราะต่างคนต่างทำธุรกิจค่ะ กำลังคิดๆ กันอยู่ ทางปอนด์ก็คิดเหมือนกัน ไม่ได้มีปัญหากับตรงนั้น ทางพ่อแม่นุ้ยก็เป็นแบบนี้เหมือนกันเพราะท่านก็ทำธุรกิจ เขาก็เห็นตรงกัน แต่อาจจะมีเซ็นสัญญาสมรสกันค่ะ เราเกิดมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ ตรงนี้เป็นเรื่องธรรมดา เราเฉยๆ เดี๋ยวเราจะไปคิดอีกทีค่ะ แต่นามสกุลคงไม่เปลี่ยนเหมือนเดิม เดี๋ยวนี้ผู้หญิงเลือกได้ค่ะ

ส่วนเรื่องมีลูกเป็นเรื่องของอนาคต
“ส่วนเรื่องมีลูกปล่อยเป็นเรื่องอนาคตก่อน อยากลองใช้ชีวิตปรับตัวเข้าหากันก่อน อยากให้ไม่รู้สึกเหมือนเข้าค่าย ก่อนค่อยไปสเต็ปต่อไปถ้าเราพร้อม เรื่องฮันนีมูนก็จองตั๋วเรียบร้อยแล้ว จองที่พักแล้วไปกับคุณพ่อคุณแม่นุ้ย พี่สาวพี่เขยนุ้ยแล้วก็ปอนด์ นุ้ยยังต้องอยู่กับปอนด์ไปทั้งชีวิต เราเลยอยากมีเวลาดูแลคุณพ่อคุณแม่เราด้วย ปอนด์เองก็เป็นเหมือนกัน เสร็จทริปนี้ก็เป็นของครอบครัวปอนด์ค่ะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

ชอบอ่านข่าวแซ่บๆก็กดไล้ท์ไว้นะคร้า

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Google bot last visit powered by Scriptme
Msn bot last visit powered by Scriptme
Yahoo bot last visit powered by Scriptme


Credit

ข้อมูลบทความซ้อ7 และข่าวบันเทิงจาก http://www.manager.co.th
 

Copyright 2008 All Rights Reserved My design theme by Vikas Bhardwaj Blog Converted into Blogger Template by Vikas Bhardwaj blog